ReadyPlanet.com


ข้อมูลสำหรับผู้มีบุตรยาก เขียนจากประสบการณ์ตรง


 

การเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์ และการทำเด็กหลอดแก้ว
บทนำ
ปัจจุบันพบปัญหาผู้มีบุตรยากเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนในกรุงเทพฯ ที่ต้องทำงาน Office ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่พยายามหาวิธีที่จะมีลูกอยู่ถึง 5 ปี ไม่ว่าจะเป็นการฉีดเชื้อ 8 ครั้ง ทำเด็กหลอดแก้วอีก 4 ครั้ง, ครั้งสุดท้ายนี้เป็นครั้งที่พร้อมมากที่สุด เพราะเราทำการเก็บข้อมูลข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งเอาไว้ แล้วพยายามแก้ไขข้อผิดพลาดนั้น และคิดว่าข้อมูลต่างๆ ที่ได้มานั้น น่าจะมีประโยชน์กับผู้อื่นบ้าง ไม่มากก็น้อย จึงเขียนบทความนี้ขึ้นมา
                การทำเด็กหลอดแก้วแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2 แสนบาท ดังนั้นก่อนที่จะไปทำ จึงควรที่จะเตรียมความพร้อมให้ดีก่อน ไม่ควรรีบเร่ง หรือผลีผลามคิดว่าอยากจะทำแล้วก็ไปทำเลย โดยไม่สำรวจความพร้อมของตัวเองเสียก่อน เพราะอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายไปฟรีฟรี แต่ที่สำคัญที่สุด คงไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องกำลังใจที่บั่นทอนเราทำให้เราเป็นทุกข์เสียเหลือเกินมากกว่า
ข้อมูลต่อไปนี้ ไม่มีในทฤษฎีใดใด แต่เขียนขึ้นจากประสบการณ์ส่วนตัว ไม่ใช่เฉพาะเรื่องทางวิทยาศาสตร์หรือทางการแพทย์อย่างเดียว แต่มีเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น เรื่องของความเชื่อ และแพทย์แผนจีน ที่นำมาช่วยประกอบกัน ดังนั้นขอให้พิจารณานำไปใช้ตามความคิดเห็นของท่านหากหัวข้อใดท่านไม่สนใจ ก็สามารถข้ามไปได้เลย ไม่ต้องอ่านก็ได้นะคะ
จากการพูดคุยกับผู้ที่ไปทำเด็กหลอดแก้ว ก็พบว่ามีอีกจำนวนมาก ที่มีจำนวนครั้งในการทำเด็กหลอดแก้วมากกว่าเรา รวมถึงอายุของว่าที่คุณแม่ที่มากกว่า 40 ปีขึ้นไป ก็มีพอสมควร 46, 49 ปีก็มี และประสบความสำเร็จมาแล้ว ดังนั้น ผู้ที่อยากเป็นคุณแม่ อย่าเพิ่งท้อกันนะคะ สู้ สู้
 
เนื้อหา ขอแบ่งเป็น 5 ส่วนคือ
  1. เรื่องของความเชื่อ
  2. ใช้วิธีของแพทย์แผนจีนช่วยเพื่อเตรียมร่างกายก่อน
  3. การทานยาบำรุง/ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนเพื่อเตรียมตั้งครรภ์
  4. การดูแลตัวเองขณะทำเด็กหลอดแก้ว
  5. การดูแลตนเองในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์
  6. การดูแลตัวเองหลังจากการย้ายกลับตัวอ่อนเข้ามดลูกของแม่แล้ว
 
 
  1. เรื่องของความเชื่อ
    1. การขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย
หากที่ผ่านมาขอลูกจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ตามที่ผู้คนแนะนำมามากมาย จนแทบจำไม่ได้ว่าที่ไหนบ้าง ทั้งขอด้วยตนเอง และพ่อแม่ญาติพี่น้องช่วยขอให้ .... เป็นไปได้ว่าการขอแต่ละครั้งเราขอไม่เหมือนกัน หรือเราขอเหมือนกัน แต่ขอไม่เหมือนกับสามี คนอื่นขอให้ก็อาจจะขออีกแบบ จนสิ่งศักดิ์สสิทธิ์อาจจะสับสนว่าจะจัดให้แบบไหนดี ท่านอาจจะตกลงกันไม่ได้
วิธีแก้
1.     จุดธูป 38 ดอก ไหว้ในที่โล่ง และบอกว่า ข้าพเจ้าขอยกเลิกการบนขอลูกจากที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขอด้วยตัวข้าพเจ้าเองหรือจากผู้อื่นขอให้ก็ตามตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สาธุ“ (จะพูดอย่างไรก็ตาม แต่ใจความประมาณนี้ หากทำพร้อมกับสามีได้ก็ดี) … (ทำไมต้องธูป 38 ดอกนั้นดิฉันเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่อ่านเจอใน Internet ค่ะ เลยทำตาม)
2.     เลือกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สัก 1 ที่ ที่ตัวเราเองมีความศรัทธาจริงๆ ไม่ต้องถามใครให้ถามตัวเอง แล้วเขียนสคริปในการขอลูก ตามที่เราต้องการ แล้วตอนที่ไปบนขอลูก ให้ทั้งสามีและภรรยา พูดตามสคริป ท่านจะได้ไม่สับสน เพราะเราขอเหมือนกัน  … และอย่าลืมเก็บสคริปไว้ด้วย จะได้แก้บนได้ถูกต้องตามที่ขอไว้
ตัวอย่างสคริปที่เราใช้ (ส่วนตัวจะนับถือองค์หลวงพ่อโสธร)
ลูกช้างขอองค์หลวงพ่อได้โปรดเมตตาประทานอภิชาตบุตรที่เลี้ยงง่ายๆ เป็นเด็กดี สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ฉลาดปราดเปรื่อง อวัยวะครบ 32 ไม่มีความผิดปกติทางด้านร่างการและสมอง ขออนุญาตให้อบรมสั่งสอนได้ มาเลี้ยงดูเป็นเกียรติเป็นศรีแก่วงศ์ตระกูลสัก 2 คน ถ้าหากการบนครั้งนี้เป็นผลสำเร็จจะแก้บนด้วย (ตามที่ต้องการที่บน) “
 
    1. การดูช่วงจังหวะที่ดวงเราสมพงษ์กับเด็ก(ไม่ใช่การดูดวง เป็นการดูลักขณา ซึ่งจะเป็นจริงเสมอตามนั้น ให้คนที่ดูเป็นช่วยดู หรือดูจากหนังสือก็ได้)
ตอนแรกตัวเองก็ไม่เชื่อเท่าไหร่ น้องที่ Office ดูให้ว่า ช่วงเวลาที่ตรงกับเด็กที่สุดคือช่วง ปลาย Jul ถึงต้น Aug … เราก็รู้สึกว่าไกลไป เพราะตอนนั้นเพิ่งจะต้นปี ก็เลยไปทำเด็กหลอดแก้ว ครั้งที่ 3 ตอน Apr ผลคือไม่ติด และมาทำอีกทีครั้งที่ 4 ตอนปลาย Jul, และก็สำเร็จในครั้งนี้ เป็นครั้งแรก
 
    1. คิดดี พูดดี ทำดี
กุศลกรรม หรือ อกุศลกรรม ที่เราทำ อาจจะส่งผลต่อตัวเราและลูกของเราได้ หากเราสร้างแต่กุศลกรรม เราก็จะได้รับแต่สิ่งที่ดีดี และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยช่วยเหลือเราอยู่เสมอ
 
    1. ทำบุญกับเด็กให้มากๆ (แต่ต้องทำด้วยใจที่อยากจะทำนะ ไม่ใช่ทำเพราะต้องการผลตอบแทน เพราะจะทำให้ใจเราไม่ได้มีศรัทธา และก็จะไม่เกิดกุศลกรรม)
เช่น รับอุปการะเด็ก, เลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก, ให้ทุนการศึกษาแก่เด็ก, ช่วยเหลือเด็กๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ เป็นต้น
 
    1. การสวดมนต์ และทำสมาธิ
บางคนที่ไม่เคยทำสมาธิ อาจจะไม่ชินและรู้สึกเป็นการยากอยู่สักหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ เอาแค่การสวดมนต์และแผ่เมตตาก็ได้ค่ะ ปัจจุบันหนังสือสวดมนต์มีเยอะแยะเต็มไปหมด ให้เอามาสวดก่อนนอน จะสวดกี่บท หรือจะสวดบทไหนบ้าง ก็ได้เลย แล้วแต่ตัวเราที่ทำแล้วไม่รู้สึกลำบากจนเกินไป การสวดมนต์จะทำให้เราสงบ ยิ่งถ้าหากทำสมาธิได้ด้วยก็จะยิ่งดี และที่สำคัญการสวดมนต์แผ่เมตตา จะทำให้เจ้ากรรมนายเวรของเราหมดเวรหมดกรรมต่อกัน และการสั่งสมบุญบารมี ซึ่งน่าจะส่งผลให้เรามีใจที่เป็นสุข และมีอภิชาติบุตรที่ดีได้ (จริงๆ แล้วก็เหมือนกับหลักจิตวิทยาทางการแพทย์เหมือนกัน เพราะเมื่อใจเป็นสุข สุขภาพร่างการก็จะสมบูรณ์แข็งแรงไปด้วยเหมือนกัน)
 
    1. การฟังเพลงธรรมะที่แสนไพเราะ
ปัจจับันมีผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในทางธรรม ได้ช่วยการทำบทสวดมนต์เป็นเพลงบรรเลงที่ไพเราะมากๆ ให้เราสามารถที่จะ download กันได้ฟรีๆ ที่ website: www.fungdham.comเราสามารถ download แล้วมาเปิดฟังก่อนนอนได้ สำหรับผู้ที่เครียดและกังวล และจิตใจค่อนข้างฟุ้งซ่าน จะช่วยได้เยอะค่ะ
 
 
 
  1. ใช้วิธีของแพทย์แผนจีนช่วยเพื่อเตรียมร่างกายก่อน
เรื่องบางเรื่องแพทย์แผนปัจจุบันก็ไม่สามารถที่จะช่วยได้ เช่น การทำรังไข่ให้แข็งแรง หรือการทำให้ไข่มีคุณภาพที่ดีขึ้น เคยปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์ก็แจ้งว่าไม่สามารถทำอะไรได้ คุณภาพไข่เป็นไปตามอายุที่มากขึ้นของเรา ทำอะไรไม่ได้ ไข่เกิดมาพร้อมกับตัวเรา ยิ่งอายุยิ่งมาก ไข่ก็ยิ่งคุณภาพด้อยลง
 
พอดีมีเพื่อนแนะนำหมอแมะที่นครปฐมให้  ขอบอกเลยว่าดีมากจริงๆ ต่างจากหมอแมะที่อื่นที่เคยไปหามา เพราะหมอจีนมักจะขายยาจีนไปด้วย และพอบอกว่าต้องการมีลูก เค้าก็จะแมะ และพูดเหมือนกันแทบทั้งหมดว่า ให้กินยาบำรุงมดลูก หรือมดลูกแห้ง แล้วก็ให้ยาบำรุงมดลูกมาทาน (แต่คงเหมารวมทั้งหมดไม่ได้ ที่ดีดีก็อาจจะมี แต่เผอิญเราไม่เจอ ก็คงต้องลองหาข้อมูลกันดู แล้วลองช่วยเก็บข้อมูลให้ทีว่า สุดท้ายก็จะได้เป็นยาบำรุงมดลูก/ล้างมดลูกมาทานเพียงอย่างเดียวหรือเปล่า เหมือนปวดหัวก็ต้องกินพารา อะไรทำนองนั้นแต่ถึงอย่างไรก็ไม่เสียหายนะ เพราะยังไงซะมดลูกก็เป็นส่วนสำคัญ หากบำรุงแล้วดี ก็ดีอยู่แล้วล่ะ)
แต่หมอแมะที่นี่ เค้าไม่ได้ขายยาอะไร แมะอย่างเดียว แล้วเขียนใบสั่งยาให้ เราไปหาซื้อได้เองที่ร้านไหนก็ได้ ไม่เรียกค่าแมะด้วย ให้เราใส่ซองแล้วแต่จะให้ ส่วนผลการแมะของหมอที่นี่จะเฉพาะเจาะจงมาก เช่น รังไข่ด้านขวา เลือดน้อย ทำให้ไข่ไม่แข็งแรง, รังไข่อักเสบนิดหน่อย, มดลูกมีผังผืด หรือมีเลือกแห้งเกาะอยู่ เป็นต้น ส่วนผู้ชาย ก็จะบอกว่าเลือดร้อน ทำให้อสุจิอ่อนแอไม่แข็งแรง ต้องทานยาให้เลือดเย็นลง เป็นต้น
ส่วนยาจีน ก็มีร้านในตลาดนครปฐมแนะนำให้ จัดยาชำนาญมาก และราคาไม่แพงเท่าที่กรุงเทพ
ยาที่หมอจัดให้ ก็จะให้ทีละ 6 ชุด ถ้าเป็นไม่มาก ถ้าเป็นมาก ก็ 12 ชุด (ชุดละวัน) แล้วไปแมะดูอีกที หากหายแล้ว หมอก็จะบอกว่าดีหมดแล้ว ไม่ต้องกินอะไรแล้ว
                ประสบการณ์ส่วนตัว
ก่อนทำเด็กหลอดแก้วครั้งที่ 3: ไม่ได้ไปหาหมอแมะ เพราะเวลาไม่พอ และอยากจะรีบทำ มีไข่ 7 ใบ แต่พอดูดไข่อออกมา ได้ไข่ที่ใช้ได้ 2 ใบ  ผสมเป็นตัวอ่อนได้ 1 ตัวอ่อน
ก่อนทำเด็กหลอดแก้วครั้งที่ 4: ไปหาหมอและทานยาก่อน (หมอบอกว่ารังไข่อักเสบนิดหน่อย และเลือดน้อย และขอยาบำรุงมดลูกมาทานด้วย แม้ว่าจะไม่ได้เป็นอะไร ทำให้มดลูกฟูหนาขึ้น ไข่จะฝังตัวได้ดีขึ้น) มีไข่ 11 ใบ และได้ไข่ที่ใช้ได้ทั้ง 11 ใบ และผสมเป็นตัวอ่อนได้ 9 ตัวอ่อน ตอนนี้ยังเหลือตัวอ่อนเก็บไว้อีก 5 ตัวอ่อน
 
จะเป็นเพราะยา หรือความบังเอิญ ก็ไม่อาจบอกได้ แต่ส่วนตัวก็เชื่อว่ายาจีนน่าจะมีผลให้ได้ไข่เยอะขึ้นและสมบูรณ์ขึ้น ควรจะเอามาต้มเองจะดีกว่า แม้จะไม่อร่อย ก็ทนเอาหน่อย
ข้อมูลหมอแมะ (ข้อมูลตามนามบัตร)

หงษ์ทองตรวจสุขภาพ (หมอแมะ)
 
           อุ้ยเผี้ยว แซ่ลิ้ม
 
ศาลเจ้าเทียงสี่เนี้ยว ซอยสันติ                        กรุณาโทร.นัดล่วงหน้า 1 วัน
หมู่ 4 ต.ลำพยา อ.เมือง                    เวลารับจอง 15.00-17.00 น.
จ.นครปฐม 73000                                  โทร. 083-177-1388
(หยุดวันจันทร์)

ข้อแนะนำ
    • โทรติดค่อนข้างยาก เพราะจะมีคนโทรไปเยอะมาก ให้เริ่มโทรตั้งแต่ 14.30 จะเริ่มจากไม่มีสัญญาณ พอมีสัญญาณ ก็จะเป็นสายไม่ว่าง ต้องโทรตลอดเวลา จนกว่าสายจะว่าง อย่าโทรตอนใกล้ๆ จะ 17.00 น. เพราะเค้ารับแค่วันละ 50 คนเท่านั้น หากครบแล้ว เค้าก็จะปิดมือถือไปเลย บางทีคนต่างจังหวัดเค้าจองกันเป็นคันรถบัสเลย ทีเดียวเต็ม
    • ไม่ควรเสี่ยงไปโดยไม่โทรก่อน เพราะเค้าจะไม่ตรวจให้เลย และบอกให้เราไปโทรก่อนแล้วค่อยมาใหม่ ไม่มีอรุ่มอร่วยเด็ดขาด
    • ตรวจตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึงเที่ยงเท่านั้น
    • เวลาโทรไป เค้าจะถามว่ากี่คน เราก็บอกจำนวนคนไป เค้าก็จะบอกหมายเลข และเวลาเรามา แค่นั้นจบ (บางทีก็จะถามเวลาที่เราสะดวก)
    • หายากเหมือนกัน ไปทางไปสุพรรณบุรี (เป็นสะพานที่จะข้ามไปสุพรรณ แต่เราไม่ข้ามสะพาน ให้เลียบซ้ายข้างสะพานไปจะเห็นซอย ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปเรื่อย ลึกพอสมควร ก่อนหน้าจะมีหมอดูดวงหลายเจ้า ไม่ต้องสนใจ จนกว่าจะเจอป้ายศาลเจ้าเทียงสี่เนี้ยว อยู่ขวามือ ตรงทางโค้งพอดี ให้เลี้ยวขวาเข้าไปตามป้ายศาลเจ้า เข้าไปสักพักก็ถึงศาลเจ้า หมอแมะจะอยู่ในนั้น)
 
  1. การทานยาบำรุง/ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนเพื่อเตรียมตั้งครรภ์
·         มียาที่ต้องทานเพื่อเตรียมก่อนคือ โฟลิกควรทานก่อนตั้งครรภ์ 3 เดือน ถ้าเป็นไปได้ (แต่ตัวเองก็ไม่ค่อยได้ทานเท่าไหร่)
·         ฉีดวัคซีนที่จำเป็นต่อการตั้งครรภ์ แทบทุกโรงพยาบาลจะมี Package สำหรับตรวจกรณีนี้ (วัคซีนบางชนิดต้องฉีดล่วงหน้าเป็นปีก่อนการตั้งครรภ์ ดังนั้นควรรีบไปตรวจแต่เนิ่นๆ เพราะหมอที่ทำลูก ก็จะเน้นทำ ไม่ได้มาสนใจตรงนี้มากนัก เราต้องดูแลตัวเองในเรื่องนี้) หากไม่ฉีดก็สามารถมีลูกได้เหมือนกัน เพียงแต่จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง หากเราโชคดี ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หากมีเวลา ก็แนะนำว่าควรทำให้เรียบร้อยก่อน จะดีกว่าเพื่อลดความกังวลของตัวเราเอง และหากมีอะไรเกิดขึ้นก็ไม่คุ้มด้วย
·         ควรรักษาโรคที่อาจจะเป็นอุปสรรคในการตั้งครรภ์ได้ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ท้องผูก ริดสีดวง
·         ตรวจภายในและรักษาให้เรียบร้อย เช่น มีซีสในรังไข่/ในมดลูก หรือมีผังผืดที่มดลูก หรือท่อนำไข่ตัน, ท่อนำไข่ตันนี้ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำเด็กหลอดแก้ว สามารถทำได้ แต่ท้องเองตามธรรมชาติไม่ได้ค่ะ
·         หากใครที่ติดกาแฟ น้ำอัดลม ให้เริ่มหัดอดให้ได้ก่อนจะไปทำเด็กหลอดแก้ว
·         ใครที่ไม่เคยดื่มนม (เวลาดิ่มนมท้องจะเสีย) ให้หัดดื่มนม โดยเริ่มจากการทานนมทีละน้อยพร้อมอาหาร และค่อยๆเพิ่มปริมาณขึ้น  จนกระทั่งสามารถทานนมในขณะท้องว่างได้
·         ใครที่นอนดึกตลอด ให้เริ่มฝึกนอนเร็วขึ้น
·         งานที่ทำอยู่ให้เริ่มวางแผนหาคนมา Back Up เพื่อทำให้เราสบายใจที่สุดตอนที่ไปทำลูก
 
 
 
 
 
 
 
 
  1. การดูแลตัวเองขณะทำเด็กหลอดแก้ว
v    การเลือกสถานพยาบาล เพื่อทำเด็กหลอดแก้ว
ข้อนี้บอกยากว่าที่ไหนดีกว่าที่ไหน คงต้องศึกษาหาข้อมูลกันเอา เพราะเวลาถามคนอื่น เค้าก็จะแนะนำที่ที่เค้าหรือเพื่อนประสบความสำเร็จ แต่ใช่ว่าเราจะประสบความสำเร็จตามนั้น คงต้องประกอบกันหลายปัจจัยประกอบกัน สำหรับตัวเองทำมา 3 ที่คือ ที่รพ.พญาไท2 (หมอจากรามาและผาติเวช), ที่ AIVF (หมอจากจุฬา และแยกตัวมาจากนวบุตร) และที่สุดท้ายคือ ที่รพ.เจตนิน
ถ้าจะให้แนะนำ ก็จะขอแนะนำดังนี้
    1. ศึกษาใน Internet ว่าหมอที่เก่งเรื่องการทำเด็กหลอดแก้วในประเทศไทยมีใครบ้าง แล้วลองดู Profile ว่า Ok หรือไม่
    2. เลือกสถานพยาบาลที่เน้นรักษาผู้มีบุตรยากโดยเฉพาะ เพราะเค้าจะมีประสบการณ์ และ case ต่างๆ เยอะ
    3. เลือกสถานพยาบาลที่มี % success rate ที่สูงหน่อย  บางที่ success rate อยู่ที่ 25 % บางที่ ก็ 40% หรือมากกว่านั้น จะทำให้เห็นความมั่นใจของสถานพยาบาลนั้นๆ จากสถิตินี้
    4. เลือกสถานพยาบาลที่มีห้องเก็บตัวอ่อนและเลี้ยงตัวอ่อนเป็นของตัวเอง (บางที่เช่น รพ.พญาไท จะไม่มีห้อง lab นี้เป็นของตัวเอง ต้องไปอาศัยที่อื่น ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และมีปัญหาเรื่องการเดินทางไปเก็บไข่และใส่ตัวอ่อน)
    5. เลือกสถานพยาบาลที่มีห้องพักฟื้น (ห้องพักฟื้น ไม่ใช่ห้องผู้ป่วยนะคะ ห้องผู้ป่วยจะมีพยาบาลเดินเข้าเดินออกมาคอยวัดไข้ และความดันให้เราตลอดเวลา ทำให้ไม่ค่อยได้นอน แต่ห้องพักฟื้นไม่มีพยาบาลมาดูเราตลอดแบบนั้น มีแต่แม่บ้านที่จะเข้ามาทำความสะอาดให้เติมน้ำให้ คล้ายๆโรงแรม)ให้นอนค้างคืนได้ด้วย หลังใส่กลับตัวอ่อนแล้ว (รพ.ที่ต้องไปใช้ห้อง lab ของที่อื่นมักจะไม่มีห้องให้พักค้างคืนได้), แต่หากไม่มีก็ไม่ต้อง Serious มากก็ได้ค่ะ เพราะก็มีอีกหลายท่านที่ไม่ได้พักฟื้นก็ยังติด เอาเป็นที่นำเสนอนี้คือลดความเสี่ยงต่างๆ ให้มากที่สุดเท่านั้นเองค่ะ
 
v    การเริ่มต้นเพื่อทำเด็กหลอดแก้ว
·        ปกติแล้วหมอจะนัดตรวจดูความพร้อมที่จะทำเด็กหลอดแก้วโดยการตรวจเลือด และดูความหนาของผนังมดลูก (ถ้าจะให้ดีผนังมดลูกควรมีความหนาประมาณ 1 cm. ขึ้นไป แต่หากหนา 0.8 cm ขึ้นไป หมอบางท่านก็จะอรุ่มอร่วยให้ทำได้) ซึ่งจะนัดตรวจในวันที่ 2 ของการมีประจำเดือน ดังนั้นควรจะโทรไปหาหมอหรือเข้าไปปรึกษาหมอก่อนที่จะมีประจำเดือนสัก 1 สัปดาห์ จะได้ไม่เร็วหรือรอนานจนเกินไป
การตรวจเลือดจะดูว่าปริมาณที่ไข่จะตกจะมีมากน้อยแค่ไหน และภาวะเลือดสมบูรณ์หรือไม่
 
·        หากพบว่าผลตรวจเลือด และความหนาของผนังมดลูกหนาใช้ได้ หมอก็จะเริ่มให้ฉีดยากระตุ้นไข่ให้ตกเยอะๆ ซึ่งหากเราไม่เคยทำมาก่อน หมอจะเริ่มจากปริมาณยาที่ไม่มากนัก และนัดมาดูว่าได้ไข่เยอะไหม ถ้าได้น้อยก็จะเพิ่มปริมาณยาที่ฉีดให้ (ซึ่งมักจะไม่ทัน เพราะไข่จะตกใน 2-4 วันแรกที่ฉีดยา หลังจากนั้นคือฉีดเร่งให้ไข่โต ถึงแม้จะมีไข่เพิ่มขึ้น แต่ขนาดก็มักจะเล็กเกินไปเพราะโตไม่ทัน นี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่การทำเด็กหลอดแก้วในครั้งแรกมักไม่ค่อยประสบความสำเร็จ) แต่หากใครที่เคยทำมาแล้ว และเปลี่ยนสถานพยาบาลที่จะทำ ให้จำปริมาณยาที่เคยฉีดสุดท้ายเอาไว้ หมอจะได้เริ่มต้นจากตรงนั้นได้เลย จะทำให้โอกาสที่จะได้ไข่เยอะขึ้นมีมากกว่า
-        ยาที่ฉีดปัจจุบันจะใช้เป็นหลอดปากกา สามารถที่จะฉีดเองทางหน้าท้องได้ พยาบาลจะสอนให้ก่อน 1 ครั้ง แต่หากใครกลัวก็สามารถที่จะไปฉีดที่สถานพยาบาลที่ไหนก็ได้ แต่ก็ต้องเสียเวลาเดินทาง และเสียค่าใช้จ่าย แนะนำให้ฉีดเองดีกว่า ไม่เจ็บอย่างที่คิด เพราะหัวเข็มจะเล็กมาก ฉีดไปทุกวันก็จะเริ่มชิน
-        ยานี้ต้องฉีดในเวลาเดียวกันทุกๆ วัน หากกันไม่เกิน 2 ชั่วโมง ... แนะนำให้ฉีดตอนก่อนนอน ฉีดเสร็จก็นอนเลย
-        ยานี้ต้องฉีดไปกี่วันนั้น แล้วแต่คน ว่าร่างกายทำปฏิกิริยากับยาได้แค่ไหน แต่หมอจะนัดมาดูเป็นระยะ แล้วแต่หมอแต่ละท่าน  (เท่าที่สังเกต ส่วนมากจะไม่เกิน 8 วัน เพราะไม่งั้นไข่อาจจะสุกก่อน และใช้ไม่ได้)
 
·        เมื่อมีไข่ที่โตเต็มที่แล้ว หมอจะให้ฉีดยาเพิ่ม เป็นยาป้องกันไข่สุก เพื่อรอให้ใบที่ยังไม่โต ได้มีโอกาสโตอีกสักหน่อยก่อน แล้วฉีดยากระตุ้นไข่ต่ออีกสัก 2-3 วัน (ตั้งแต่นี้ไปต้องฉีดยาวันละ 2 เข็ม ซึ่งก็สามารถฉีดเองได้เหมือนเดิม แต่ยาป้องกันไข่สุกจะฉีดยากกว่าหน่อยนึง แต่ก็คงไม่ยากเกินไปสำหรับคนที่อยากจะเป็นคุณแม่)
ไข่ที่เรียกว่ามีคุณภาพที่ดีคือ ต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง >= 2 cm และมีลักษณะกลมดิ๊ก ... ขนาดของไข่นี้เป็นขนาดที่รวมถุงหุ้มไข่ด้วย เพราะไม่สามารถที่จะมองเห็นไข่ได้ จนกว่าจะดูดออกมาแล้วเท่านั้น ... หากมีขนาดเล็ก <1.5 cm. หรือมีลักษณะรีรีเหมือนไข่ไก่ แสดงว่าเป็นไข่ที่ไม่ค่อยสมบูรณ์
ไข่ที่ไม่สมบูรณ์นั้น แม้ว่าจะผสมเป็นตัวอ่อนได้สำเร็จ ก็มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ และเมื่อเป็นตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ โอกาสที่จะเกาะติดและเจริญเป็นการตั้งครรภ์ก็น้อยลง หรือถึงแม้ว่าจะติดแล้ว ก็ต้องไปเจอด่านที่โอกาสแท้งได้อีก
ข้อแนะนำ ตอนที่หมออัลตราซาวด์ให้เราดูปริมาณไข่นั้น ให้เราสังเกตุลักษณะของไข่ด้วย เพราะหมอบางท่าน อาจจะไม่ได้บอกอะไรเราเลย
 
·        เมื่อได้เวลาอันสมควร หมอก็จะนัดให้มาฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตก 2 เข็ม (พยาบาลจะบอกล่วงหน้าว่ายานี้จะปวดนะคะ ให้ทำใจไว้หน่อย แต่เราฝึกฉีดมาหลายเข็มแล้ว ทนอีกนิดนึงก็เสร็จแล้ว) ซึ่งยานี้ฉีดเองไม่ได้ ต้องไปฉีดที่สถานพยาบาล โดยหมอจะบอกเวลาเป๊ะๆ ให้ ห้ามขาดห้ามเกิน เพราะมีผลต่อเวลาที่หมอนัดมาเก็บไข่ด้วย (หลังจากฉีดยา ต้องเก็บไข่หลังจากนั้น 36 ชั่วโมงเป๊ะ ไม่งั้นไข่จะเสียได้ ... ข้อแนะนำ ตอนที่พยาบาลฉีดยาให้เรา ต้องจำให้แม่นว่ากี่โมงกี่นาที แล้วไปบอกหมออีกทีวันที่เราไปเก็บไข่)
 
·        จากนั้นก็เตรียมลางาน 1 วันในวันที่หมอนัดมาเก็บไข่ ต้องมาก่อนเวลาที่หมอนัดสักหน่อย กันพลาด เพราะหากมาช้ากว่าที่หมอนัด ไข่อาจจะใช้ไม่ได้เลย วันนี้ขั้นตอนที่เจ็บที่สุดก็เห็นจะเป็นขั้นตอนการแทงเข็มให้น้ำเกลือนี่แหละ หลังจากนั้น ก็ไม่มีอะไร (บางสถานพยาบาลก็จะให้เราเจาะเลือดก่อนด้วย) พอได้เวลา พยาบาลก็จะพาไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็เข้าห้องผ่าตัด ทำความสะอาดช่องคลอด จากนั้นก็มีหมออวิสัญญีมาแนะนำตัวก่อน (บอกให้รู้ว่าเดี๋ยวหมอจะเป็นคนวางยาสลบให้เธอนะ) แล้วพอหมอที่ทำเด็กหลอดแก้วมาถึง ให้เราได้เห็นหน้าว่าหมอเราจริงๆ นะไม่ได้ให้คนอื่นมาทำ เพื่อความสบายใจของเรา จากนั้นไม่ถึงเสี้ยวนาที หมอวิสัญญีก็ฉีดยาสลบเข้าทางสายน้ำเกลือให้เรา นับ 1 ยังไม่ถึง 5 เลย เราก็จะเข้าสู่ภาวะที่มีความสุขที่สุด เพราะเราจะหลับลึกมากอย่างมีความสุข เมื่อรู้สึกมามีใครมาสะกิดให้เรารู้สึกตัว นั่นแสดงว่าทุกอย่างได้เสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว
 
·        หลังจากนั้น ก็จะต้องนอนอยู่ให้ห้องดูอาการไปอีกประมาณ 2 ชั่วโมง หรืออาจจะมากกว่านั้นสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ยาสลบ หรือมีอาการแทรกซ้อน  จึงให้กลับบ้านได้ ซึ่งหมอวิสัญญีนั่นแหละที่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบเราไปจนกว่าเราจะกลับบ้านได้ (บางสถานพยาบาลใจดีก็อาจจะมีนม หรือโอวัลตินให้ดื่มก่อน เพราะตั้งแต่เที่ยงคืนจนผ่าตัดเสร็จเราจะไม่ได้กินอะไรเลย)
บางสถานพยาบาลจะแจ้งข้อมูลให้เราทราบระหว่างนอนรอกลับบ้านเลยว่า ได้ไข่กี่ใบ สมบูรณ์กี่ใบ แต่บางสถานพยาบาล ก็จะยังไม่บอกอะไร และจะโทรรายงานผลในวันรุ่งขึ้น
ไข่ที่ดูดออกมานั้นจะมีอยู่ 4 ลักษณะคือ (เราแบ่งแยกเองจากประสบการณ์นะ)
1)    ไข่ที่สมบูรณ์ คือโตได้ขนาด มีนิวเคลียสไข่ และ มีลักษณะกลม
2)    ไข่ที่มีลักษณะไม่สมบูรณ์คือไม่กลม
3)    ไข่ที่มีลักษณะดีแต่ขนาดเล็กเกินไป
4)    ไข่ที่มีแต่ถุงไข่ แต่ไม่มีนิวเคลียสไข่ ซึ่งจะถือว่าใช้ไม่ได้เลย
 
เท่าที่สังเกตุ สถานพยาบาลที่มี success rate สูงๆ เวลาเก็บไข่จะเก็บไว้เฉพาะไข่ที่ได้สักษณะตามข้อ 1 ส่วนข้ออื่นๆ จะไม่เอาเลย อาจเป็นเพราะสุดท้ายก็จะกลายเป็นตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์โอกาสติดก็จะน้อยอยู่ดี ซึ่งจะทำให้ปริมาณไข่ที่พยาบาลแจ้ง อาจจะได้จำนวนน้อย แต่บางสถานพยาบาลก็จะเก็บไข่ ทั้ง ข้อ 1,2,3 ไว้ทั้งหมด ซึ่งเมื่อเราฟัง จะดูเหมือนได้ไข่เยอะ แต่ผลจะไปปรากฎอีกทีตอนที่ผสมไม่ได้ หรือ ผสมเป็นตัวอ่อนได้แล้วแต่ไม่สวย พอหมอใส่กลับตัวอ่อนให้เราแล้วผลออกมาคือไม่ติด หมอก็จะไม่แนะนำให้ใส่ที่เหลือ เพราะคิดว่าโอกาสติดน้อยเหมือนกัน แบบหลังนี้จะทำให้เราดีใจในตอนแรกแต่เสียใจในตอนท้าย ดังนั้นตามที่แจ้งไปแล้ว ว่าเราต้องทำตัวเป็นหมอเองและพิจารณาเองด้วย
                และในวันนี้คุณสามีก็จะต้องทำการเก็บน้ำเชื้ออสุจิด้วย (หากท่านใดที่ไม่สะดวกสามารถที่จะมาเก็บก่อนล่วงหน้าก็ได้)               
                อ้อ ในวันนี้ไม่ควรจะขับรถเองนะคะ ถึงแม้ว่าจะไม่เป็นไรแล้ว แต่หมอก็ไม่แนะนำให้ขับรถเองค่ะ เพราะฤทธิ์ของยาสลบ อาจจะทำให้มึนงงได้ และไม่ควรจะเดินเยอะด้วยนะคะ เพราะอาจจะทำให้แผลข้างในอักเสบได้ ควรรีบกลับบ้านพักผ่อน เพราะอีก 3-5 วัน ก็ต้องมาใส่กลับตัวอ่อนแล้ว
 
·        วันรุ่งขึ้น ทางห้อง lab ก็จะทำการนำไข่และอสุจิให้ผสมกันเอง (หากท่านใดที่อสุจิไม่แข็งแรง ก็อาจจะต้องใช้วิธีที่เรียกว่า ICSI คือช่วยอสุจิเจาะเข้าไข่ไปให้ เรียกได้ว่าช่วยจนถึงที่สุดแล้ว ไม่ต้องออกแรงอะไรเลย ซึ่งจะทำให้เพิ่มความมั่นใจได้ว่าไข่กับอสุจิเจอกันแน่ๆ) … จากนั้น ทางสถานพยาบาลก็จะโทรรายงานผลให้เราทราบทุกๆวันว่า จากไข่ทั้งหมดนั้น
à วันที่ 1.ผสมกันได้กี่ใบ
à วันที่ 2. สามารถเจริญและเกิดการแตกเป็น 2 cell ได้กี่ใบ
à วันที่ 3. สามารถเจริญและเกิดการแตกเป็น 4-6 cell ได้กี่ใบ
à วันที่ 4. สามารถเจริญและเกิดการแตกเป็น 6-8 cell ได้กี่ใบ
à วันที่ 5.สามารถเจริญเข้าสู่ระยะที่เรียกว่า Blastocyst(8 cell ขึ้นไป)ได้กี่ใบ ซึ่งถือว่าเป็นระยะที่ตัวอ่อนสมบูรณ์ที่สุดพร้อมที่จะฝังตัวในมดลูกต่อไป
 
                !! ต้องทำใจไว้หน่อยนะคะ เพราะในแต่ละวันที่ผ่านไป จำนวนไข่ที่ได้ก็อาจจะน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่บางท่านก็อาจจะไม่ลดเลยก็เป็นได้ สำหรับเราแล้วเจอมาหมดทุกแบบ ทั้งลดลงเรื่อยๆ และทั้งไม่ลดเลย,แต่ละครั้งก็ไม่เหมือนกัน คุณหมอบอกว่าไข่เราแต่ละ Lot ก็ไม่เหมือนกัน บาง Lot ก็อาจจะเจอไข่คุณภาพดี บาง Lot ก็อาจจะเจอไข่ที่คุณภาพไม่ดี อันนี้คุณหมอช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ (จึงแนะนำยาจีนดังกล่าวข้างต้น)
 
·        ขั้นตอนสุดท้ายก็มาถึงการใส่กลับตัวอ่อน
สำหรับการใส่กลับตัวอ่อนนั้นแต่ละสถานพยาบาลและแต่ละหมอจะพิจารณาเป็น case case ไป แต่พอจะสรุปได้ดังนี้
-          หากการแตกตัวของไข่ที่ผสมแล้ว เป็นไปอย่างดีและจำนวนไข่ที่ได้มีจำนวนมากพอ หมอจะแบ่งไข่มาจำนวนหนึ่ง (ที่เหลือจะ Freeze เอาไว้ก่อน) ที่แบ่งมาจะเลี้ยงไปจนถึงระยะ ที่เรียกว่า Blastocyst แล้วจึงนัดให้เรามาใส่กลับตัวอ่อน
-          หากการแตกตัวของไข่ที่ผสมแล้ว ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คือแตกตัวค่อนข้างช้า หรือไข่ไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ หมอก็จะให้ใส่กลับตัวอ่อนในวันที่ 4 เลย แล้วให้ตัวอ่อนไปเจริญและแตกตัวต่อในมดลูกของแม่
-          หากจำนวนไข่ที่ได้มีจำนวนน้อย คือ ไม่เกิน 3 ใบ หมอก็จะให้ใส่กลับตัวอ่อนในวันที่ 4 เลย เช่นกัน
-          บางสถานพยาบาลก็อาจจะยึดหลัก 3 วันเลยไม่ว่าไข่จะเป็นอย่างไร เพราะมีความเชื่อว่าในมดลูกของแม่ ตัวอ่อนน่าจะเจริญเติบโตได้ดีกว่า
ทั้งหมดนี้ก็ สรุปเองอีกเช่นเดียวกัน จากประสบการณ์ที่เจอมา มีทั้งใส่กลับวันที่ 4 และ ใส่กลับเมื่อถึงระยะ Blastocyst แล้ว จาก 3 สถานพยาบาล
        การเตรียมตัวก่อนใส่กลับตัวอ่อน
-          สุขภาพร่างการต้องแข็งแรงดี ไม่เป็นไข้ หรือเป็นหวัด หากรู้สึกสุขภาพไม่ค่อยดีให้รีบโทรแจ้งหมอ เพื่อหมอจะได้ทำการ Freeze ตัวอ่อนไว้ก่อน (บางท่านก็มีความเชื่อว่า ไม่ควรจะรีบใส่ เพราะข้างในเราอาจจะยังระบมอยู่ โดยเฉพาะหากใส่กลับในวันที่ 4 เพิ่งจะผ่าตัดมาได้ 3 วัน ก็อาจจะขอหมอว่ายังไม่ใส่ก็ได้ แล้วรอไปสักระยะ แต่ก็ต้องมีกรรมวิธีทางการแพทย์ ที่จะไม่ให้ไข่ตกอีกไม่งั้นต้องรอจนประจำเดือนมาอีกครั้งก่อน เช่น อาจจะให้ทานยาคุมกำเนิดไว้ เป็นต้น)
 
-          หากสุขภาพแข็งแรงดี และเตรียมพร้อมแล้ว ก็ควรจะไปถึงสถานพยาบาลก่อนเวลาสักหน่อย เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่างๆ       
 
-          ควรจะศึกษาเส้นทางของสถานพยาบาลไว้ว่า หลังจากใส่กลับตัวอ่อนแล้ว จะออกจากห้องหมอลงมาขึ้นรถอย่างไรให้สะเทือนน้อยที่สุด เพราะบางสถานพยาบาล อาจจะเช่าสถานที่ของอาคารใหญ่เป็นที่ทำการ การเดินทางมาที่จอดรถอาจจะไม่สะดวกนัก ต้องปรึกษาสถานพยาบาลนั้นๆ ไว้ก่อน  … แต่หากเป็นสถานพยาบาลที่มีห้องพักฟื้น ขอแนะนำให้นอนที่สถานพยาบาลนั้นๆ ก่อน (ควรจองห้องไว้ตั้งแต่วันที่เก็บไข่ ไม่งั้นห้องอาจจะไม่ว่าง) อย่างน้อย 2-3 วัน ค่อยกลับบ้าน หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็สักวันหนึ่งก็จะดีกว่า (แต่ตัวเรานอน 8 วันเลย ในการทำครั้งสุดท้าย)
-          หากจะนอนค้างที่สถานพยาบาลควรจะนำข้าวของเครื่องใช้ไปจัดวางในที่ที่เราต้องการให้เรียบร้อยเสียก่อน คือ เมื่อใส่กลับตัวอ่อนแล้ว ในวันแรกนี้ขอนอนอย่างเดียวเลย ทุกอย่างที่ต้องการใช้การ ได้ถูกจัดวางไว้รอบตัวหมดแล้ว
 
-          เนื่องจากมดลูกเราจะอยู่ในลักษณะตั้ง เมื่อเวลาเรานอน ซึ่งจะไม่สามารถสะดวกในการใส่กลับตัวอ่อน ดังนั้นจึงต้องทำให้กระเพาะปัสสวะมีน้ำอยู่แล้วไปกดให้มดลูกนอนลง และเพื่อให้สามารถมองเห็นมดลูกได้ชัดเจนอีกด้วยต้องอาศัยน้ำจากกระเพาะปัสสวะ ส่วนใหญ่หมอจะนัดใส่กลับตัวอ่อนในช่วงเช้า ดังนั้นควรจะทานอาหารเช้ามาก่อน และทานน้ำมาสัก 1 แก้ว และไม่ควรเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสวะ (แต่ถ้าปวดหนักก็ควรจะเข้าก่อนนะคะ) เมื่อมาถึงสถานพยาบาลแล้ว ก็ให้กลั้นไว้หากหปวดไม่มากและทนได้ เพราะจะทำให้มดลูกอยู่ในลักษณะที่สวยที่สุด และตัวอ่อนที่คุณหมอใส่เข้าไป จะเข้าไปได้ลึก และอยู่ในตำแหน่งที่สวย แต่หากทำไม่ได้ก็เป็นไรค่ะ ไม่ต้องกังวล เพราะพยาบาลจะเอาน้ำมาให้เราดื่ม จนกว่าเราจะปวดปัสสวะ ซึ่งต้องรอสักระยะ แต่เมื่อเรายังไม่ปวด เค้าก็จะให้ดื่มน้ำอีก สุดท้ายเราก็จะปวดแต่เมื่อถึงเวลานั้น น้ำในกระเพาะปัสสวะเราจะเยอะมาก หมอเรียกว่า ล้นและมดลูกอาจจะอยู่ในตำแหน่งไม่สวยมาก แต่ที่สำคัญคือ หลังใส่กลับตัวอ่อนเราต้องนอนกลั้นปัสสวะต่อไปอีก อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงนี่สิ ทรมานสุดๆ แต่หากเป็นน้ำหนึ่งแก้วที่เราทานมาจากบ้าน จะทำให้เราทนได้มากกว่า
 
ขั้นตอนการใส่กลับตัวอ่อน
-          พยาบาลจะให้เราเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อยก่อน แล้วถามว่าปวดปัสสวะหรือยัง หากปวดแล้ว ก็พาเข้าห้องเพื่อเตรียมตัว (ห้องจะเป็นห้องที่ติดกับห้อง lab ที่เก็บตัวอ่อน สามารถเปิดหน้าต่างส่งตัวอ่อนออกมาให้ได้) โดยการเอาเจลเย็นๆ ทาหน้าท้องแล้วซาวด์ดูว่าเห็นมดลูกแล้วหรือยังอยู่ในตำแหน่งที่ ok แล้วหรือยัง
 
-          เมื่อมดลูกเห็นชัดแล้ว และอยู่ในตำแหน่งที่ ok แล้ว ก็จะไปตามหมอมา  (บางสถานพยาบาลจะมีหมอผู้ช่วยเป็นคนเข้ามาตรวจความพร้อมให้ และชวนเราพูดคุยให้ไม่เครียด) ระหว่างนั้นพยาบาลกับห้อง lab ก็จะมีการขานชื่อเจ้าของไข่ เพื่อยืนยันว่าไม่เอาลูกคนอื่นมาเข้าท้องเราแน่ๆ
 
-          ตรงหน้าห้อง lab จะมีจอทีวีขนาดใหญ่ให้เราดูตัวอ่อนของเราด้วย เป็นภาพขยายที่จะสามารถเห็นตัวอ่อนได้ชัดมาก (เป็นลักษณะกลมๆ และมี cell แตกอยู่ข้างในเต็มไปหมด หรืออาจจะเห็นแค่ไม่กี่ cell ก็แล้วแต่ว่าแตกตัวมากน้อยแค่ไหน) เค้าก็จะให้เราเพลิดเพลินกับการดูตัวอ่อนของเรา ทางจอทีวี ซึ่งทางห้อง lab เค้าก็จะใช้แท่งแก้วเขย่าให้น้ำกระเพื่อม นิดๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ตัวอ่อนเกิดการเคลื่อนไหวตลอดเวลา (คงจะจำลองเหมือนอยู่ในตัวแม่ ซึ่งก็ต้องเคลื่อนไหวจากการหายใจอยู่ตลอดเวลา คงจะให้ความรู้สึกเหมือนนอนในเปลแล้วมีคนไกวเปลให้)
 
-          พอหมอมาถึง ก็จะเข้ามาพูดคุยและดูตำแหน่งของมดลูกอีกทีให้แน่ใจ โดยจะมีพยาบาลหรือหมอผู้ช่วย คอยซาวด์ไว้ตลอดเวลา ตอนนี้เราต้องมองสองจอแล้ว จอทีวี และจอมอนิเตอร์ของหมอเพื่อดูมดลูกของเรา จากนั้นหมอก็จะทำการใส่เครื่องมือเข้าทางช่องคลอด
 
-          จากนั้นก็จะมีการขานตอบกับทางห้อง lab ทบทวนชื่อเจ้าของตัวอ่อนอีกครั้ง ก่อนให้ส่งตัวอ่อนได้ เค้าก็จะบอกให้เราดูที่จอทีวี ก็จะมีแท่งแก้วดูด ตัวอ่อนเราเข้าไปอย่างรวดเร็ว แล้วส่งออกมาทางหน้าต่างห้อง lab ยื่นให้หมออย่างระมัดระวัง แล้วเค้าก็บอกให้เราหันมามองจอมอนิเตอร์ พร้อมกับหมอก็จะรับแท่งแก้วมาแล้วส่งตัวอ่อนเข้ามาในมดลูกอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน เค้าจะชี้ให้เราดู จะมีก้อนกลมๆ สีขาวเล็กๆ ลอยตกตุ๋มเข้าไปในมดลูกเรา เป็นอันเสร็จขบวนการของหมอ
ในขั้นตอนนี้แต่ละสถานพยาบาลจะต่างกันตรงความชัดเจนของจอมอนิเตอร์ ซึ่งในบางที่เราก็มองไม่เห็นอะไรเลย และบรรยากาศให้ห้องนั้น บางที่ก็สร้างบรรยากาศให้กำลังใจดีมากๆ เลย ทั้งหมอและพยาบาล บางที่ก็บรรยากาศมาคุพอสมควร
 
-          จากนี้ก็ต้องนอนกลั้นปัสสวะ ไปอีกอย่างน้อย ครึ่งชั่วโมง ขอแนะนำว่าควรจะหาอะไรที่เราจะทำได้เพื่อฆ่าเวลา ไม่ควรนอนเฉยๆ เพราะจะทรมานมาก อาจจะเป็นเกมส์มือถือที่เราเล่นแล้วหยุดไม่ได้ หรือ ซูโดกุ สักกระดานหรือสองกระดาน ก็จะทำให้เวลาครึ่งชั่วโมงผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเป็นผลพลอยได้แล้ว ยิ่งทนได้นานเท่าไหร่ยิ่งดี แต่ถ้าไม่ไหวแล้ว พยาบาลก็จะเอากระโถนผู้ป่วยมาให้เราปัสสวะบนเตียงคนไข้ ยังไม่ให้ลุก รอจนได้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงให้กลับบ้านได้ หรือขึ้นไปนอนต่อบนห้องพักฟื้น
 
  1. การดูแลตัวเองในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์
v    จากวันที่ย้ายกลับตัวอ่อน + 10-15 วัน
ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ระทึกตื่นเต้นที่สุด เพราะจะลุ้นมากว่าจะติดหรือไม่ บางสถานพยาบาลจะนัดให้มาตรวจเลือด 10 วัน หลังจากวันที่ใส่กลับตัวอ่อน บางสถานพยาบาลก็จะนัด 15 วัน ก็แล้วแต่
        แต่ช่วงวันที่สำคัญที่สุดคือ ช่วง 5 วันแรก เพราะหากจะติดก็จะติดใน 5 วันนี่แหละ หลังจากนั้นก็คือพยุงหรือประคับประคองไป แต่ถ้า 5 วันแรกไม่ติด ก็คือไม่ติดแล้ว .. ที่สำคัญเราไม่รู้นี่สิว่า 5 วันนั้นติดหรือเปล่า เพราะกว่าหมอจะนัดก็ตั้ง 10-15 วัน, ดังนั้น เอาเป็นว่าภายใน 5 วันแรก เป็นวันที่เราต้องทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน
        ที่เรียกว่าทำดีที่สุด ทำยังไงล่ะ ,,, ตามประสบการณ์นะคะ ไม่ต้องทำอะไรมาก ไม่ต้องกินอาหารเสริมใดใด เพราะวิตามินบางอย่างจะทำให้แท้งได้ หรือได้รับมากไปจะไม่เป็นผลดีต่อเด็ก เพราะจะเป็นการขับมากกว่า ให้ทานอาหารตามปกติ และดื่มน้ำเยอะๆ เพราะน้ำจะเป็นตัวนำพาออกวิเจนและเลือดไปเลี้ยงตัวอ่อน ตั้งแต่ตัวอ่อนอยู่ในท้องไปจนถึง 3 เดือน เด็กจะใช้อาหารจากน้ำและเลือดเท่านั้น ที่สำคัญและว่าที่คุณแม่ทำได้ยากที่สุดก็คือ ต้องไม่เครียด ไม่กังวลเวลาบอกให้ทำเหมือนจะบอกง่ายๆ นะ แต่ทำจริงทำยากทีเดียว, ความเครียด ความกังวลเป็นอุปสรรคมากที่สุด ต้องพยายามหาวิธีลดความเครียดความกังวลลง
        แล้วจะทำได้ยังไงล่ะ
·        หากเป็นไปได้ ขอยาคลายเครียดคุณหมอ ที่คนท้องทานได้ มาไว้ทานในคืนแรก หรือ 2 คืนแรก หลังจากนั้นหากหลับได้เองก็พยายามเลิกทาน เดี๋ยวจะติด
·        หาอะไรทำก็ได้ที่เราชอบและอยู่กับมันได้นานที่สุด แบบไม่เครียดนะคะ เป็นการฆ่าเวลาให้หมดไปเร็วที่สุด เช่นการถักไหมพรมแล้วเอาวิทยุซาวด์เบ้าท์อุดหู วิทยุจะฟังเพลินเพราะเพลงจะหลากหลาย หรือจะดูหนังซีรี่ย์ก็ได้ แต่ต้องเลือกเรื่องที่ตลกหน่อย หรือหากชอบอ่านหนังสือ นิยายอะไรก็ได้
·        พยายามอย่าให้ท้องเสีย หรือท้องผูกเด็ดขาด เพราะจะทำให้ระบบกล้ามเนื้อยืดหยุ่นผิดปกติ และมีการหดเกร็งที่มดลูก ทำให้โอกาสเกาะติดของตัวอ่อนยากมากขึ้น, ใครที่ไม่เคยดื่มนม อย่ามาทดลองดื่มในตอนนี้เป็นอันขาด, อาหารในแต่ละวันควรจะมีผักและผลไม้เยอะหน่อย เพื่อช่วยในการขับถ่าย
·        เคลื่อนย้ายร่างกายให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะวัน-2วันแรก ควรจะนอนหรือนั่งนิ่งๆ ไม่ควรเดินเยอะ, สำหรับเราวันแรก หลังจากย้ายกลับตัวอ่อนแล้ว ก็นอนดูทีวีอยู่บนเตียง ใส่แพมเพริสผู้ใหญ่เวลาจะปัสสาวะ (ควรฝึกใส่และถอดไปจากบ้าน ว่าท่าไหนใส่ง่ายที่สุด ไม่เกร็งหน้าท้อง) และไม่อาบน้ำเลย, วันที่ 2 ก็เดินไปเข้าห้องน้ำได้ แต่เช็ดตัวเอาไม่อาบน้ำ, แต่จริงๆ หมอเค้าก็ไม่ได้ให้ทำขนาดนี้หรอกนะคะ หมอจะบอกให้พักผ่อนเยอะๆ เท่านั้นเอง  แต่เราคิดไปเองว่าหากท้องเราเคลื่อนไหวน้อยที่สุด การยึดเกาะของตัวอ่อนก็น่าจะมีมากกว่า หากเดินไปเดินที่กำลังจะเกาะก็อาจจะหลุดก็ได้, พอวันที่ 3 -8 เราก็นั่งถักไหมพรมบ้าง นอนเล่นบ้าง พยายามไม่หลับตอนกลางวัน หรืองีบแค่สัก 1 ชม. เพราะกลางคืนจะไม่หลับ,, พอหลังจากนั้นเราก็ไปทำงานตามปกติ พอวันที่ 10 ก็ไปตรวจเลือดว่าติดหรือเปล่า  (ซึ่งครั้งนี้เราประสบความสำเร็จ)
 
v    หลังจากทราบผลว่าท้องแล้ว
มาถึงตอนนี้ก็ต้องขอแสดงความยินดี กับว่าที่คุณแม่ทุกท่านก่อนเลยค่ะ,  เราเองเชื่อว่า เมื่อว่าที่คุณแม่ทราบผลว่าท้องแล้ว ก็คงต้องไปหาซื้อหนังสือเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ต่างๆ มาอ่านกันอยู่แล้ว ซึ่งก็จะมีข้อมูลเพียบไม่ว่าอยากจะรู้เรื่องอะไร ดังนั้นจะไม่ขอให้ข้อมูลอะไรมากในที่นี้ แต่จะให้เป็นคำแนะนำต่างๆ จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งอาจจะไม่พบในหนังสือเล่มใดมากกว่าค่ะ
·        ในช่วง 1-3 เดือนแรก (หากเป็นการทำเด็กหลอดแก้ว เมื่อทราบผลว่าตั้งครรภ์ หมอจะนับเป็น 4 สัปดาห์แล้วค่ะ) จะพบการเลือดออกได้มากทีเดียว, เมื่อพบว่าตัวเองมีเลือดออก ให้ใจเย็นๆไว้ก่อน (บอกยากนะ เพราะก็จะตกใจ ใจหายกันทั้งนั้น) แล้วหาผ้าอนามัยมาใส่ (เพราะคุณหมอต้องการทราบปริมาณเลือดที่ออกมา) จากนั้นนอนนิ่งๆ ไว้ อย่าเพิ่งเคลื่อนไหว หรือรีบบึ่งไปโรงพยาบาล เพราะยิ่งเคลื่อนไหวมาก เลือดก็จะยิ่งออกมาก แล้วโทรหาคุณหมอว่าจะให้ทำอย่างไรต่อไป
-          หากเป็นเลือดสีน้ำตาล ก็จะไม่อันตรายมาก เหมือนว่าเป็นเลือดเก่าจากกรรมวิธีที่เราทำมาต่างๆ แล้วเลือดคลั่งอยู่ข้างใน
 
-          หากเป็นเลือดสีแดงจะมีความเสี่ยงเยอะกว่า ต้องดูปริมาณ หากออกไม่มาก แล้วหยุด ก็ไม่อันตรายเท่าไหร่
 
-          เมื่อไปพบคุณหมอ คุณหมอก็จะอัลตราซาวด์ทางช่องคลอดดูว่าเด็กยังอยู่เป็นปกติดีหรือเปล่า หากเด็กยังอยู่ปกติดี คุณหมอก็จะฉีดยากันแท้งให้ แล้วให้พักผ่อนที่รพ. หรือที่บ้านก็แล้วแต่ดุลยพินิจของคุณหมอ, จากคำแนะนำของพี่สาว คือ หากเลือดหยุดแล้ว ก็ขอให้คุณหมอฉีดยากันแท้งให้ แต่ไม่ต้องให้คุณหมอตรวจอัลตราซาวด์ เพราะจะยิ่งทำให้กระทบกระเทือนมากขึ้น ตอนท้องลูกคนที่ 2 พี่สาวเลือดออก และคุณหมออัลตราซาวด์ให้ พอกลับบ้านได้วันเดียวก็แท้งเลย พอตอนท้องลูกคนที่ 3 ก็เลือดออกอีก คราวนี้พี่สาวไม่ยอมแล้ว ให้คุณหมอฉีดยาอย่างเดียว แม้จะทรมานใจว่าลูกยังอยู่ดีหรือเปล่า แต่ก็อดทนเอา จนผ่านไปได้สัก 2 อาทิตย์จึงไปตรวจ ก็พบว่าน้องยังปกติดี (พี่สาวมีแนวคิดที่ว่า การอัลตราซาวด์นั้น เป็นการดูให้แน่ใจว่าเด็กยังอยู่ เปล่า แต่ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย ช่วยเรื่องใจเท่านั้น แต่เป็นการเพิ่มแรงกระทบกระเทือนมากกว่า โดยเฉพาะครรภ์ที่อ่อนมากๆ เช่น 6-10 สัปดาห์) ก็คงต้องใจแข็งมากๆ เลยนะ เพราะเวลาไปหาหมอ หมอแทบทุกคนก็จะต้องขออัลตราซาวด์ และส่วนมากก็จะไม่กล้าทัดทานหมอ, ว่าที่คุณแม่ก็ลองตัดสินใจดูเองนะคะ
 
-          และหากหมอวินิจฉัยว่าเด็กไม่อยู่แล้ว หรือมี % น้อยมากแล้ว ก็อย่าเพิ่งท้อ, ปกติหมอจะมียาเหน็บช่องคลอดซึ่งเป็นฮอร์โมนให้เราอยู่แล้วก่อนหน้านี้ และอาจจะมีเพิ่มยาฮอร์โมนสำหรับทานด้วย  ก็อย่าเพิ่งให้คุณหมอทำอะไร เพราะคุณหมอบางท่านอาจจะแนะนำให้ขูดออก เพื่อจะได้สะอาดและเริ่มขบวนการใหม่ได้เร็ว ก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจนะคะ อย่ารีบร้อน ให้ดูแลตัวเองต่อไปและภาวนาให้ลูกยังอยู่และเป็นปกติ และเหน็บยาหรือทานยาต่อไป แม้ว่าหมอจะให้หยุดก็ตาม (บางเรื่องเราตัดสินใจเองได้ หากเชื่อว่าไม่ได้มีผลเสียอะไร), ในกรณีเราประสบกับตัวเองมาแล้ว คุณหมอวินิจฉัยแล้วว่าน้องไม่อยู่แล้ว และให้หยุดยาทุกอย่าง แต่เราไม่ยอมสิ้นหวัง เรายังทานยาและเหน็บยาต่อ พร้อมกับสวดมนต์ภาวนาขอปาฏิหารย์จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และองค์หลวงพ่อที่เคารพบูชา จนเกิดปาฏิหารย์ขึ้นจริงๆ  เพราะเมื่อผ่านไปสัปดาห์กว่าๆ กลับไปตรวจอีกที ก็พบว่าน้องยังอยู่ แต่ขนาดเล็กไปประมาณ 1 สัปดาห์ (หรืออาจจะเป็นช่องโหว่ทางการแพทย์ที่เผอิญยังไม่มี case study ก็เป็นได้)
 
-          หรือหากพบว่าเด็กไม่อยู่แล้วจริงๆ การขูดมดลูก ก็ขอให้พิจารณาให้ดีดีนะคะ เพราะก็มีหลายคนที่ได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีจากการขูดมดลูก, คุณหมอมักจะแนะนำให้ขูด ไม่งั้นจะมีลูกคนต่อไปยาก แต่พี่สาวตอนแท้งลูกคนที่ 2 หมอก็ให้ขูดแต่พี่สาวไม่ยอมขูด ผ่านไปได้สัก 2-3 วัน เค้าก็ลอกตัวหลุดออกมาเอง และไม่นานก็มีตามมาอีก 2 คน
 
-          หากหมอวินิจฉัยว่าเป็นท้องลม ให้รอดูอีกสักระยะ เพราะเด็กอาจจะเจริญเติบโตช้าก็เป็นได้ อย่าเพิ่งด่วนทำอะไรลงไป
 
·        พยายามอย่าก้มเก็บของในขณะที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เพราะจะเป็นหักงอตรงช่วงท้องน้อยโดยตรงเลย
·        หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะต้องเกร็งที่หน้าท้องทุกอย่าง รวมถึงการเอื้อมหยิบของในที่สูง การยกของหนัก, การล้มตัวลงนอนโดยไม่ค่อยๆ ตะแคงลง (ในหนังสือทั่วไป ก็จะมีบอกไว้)
·        ห้ามทำการเอ็กซเรย์ใดๆ ผ่านทางหน้าท้อง รวมถึงการ scan ตัวก่อนขึ้นเครื่อง (ไม่เดินทางดีที่สุดค่ะ ถ้าทำได้)
·        ไม่ควรเครียดด้วยนะคะ เพราะเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ฮอร์โมนในมดลูกตก ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อเด็กได้
blockquote{ border:1px solid #d3d3d3; padding: 5px; }
[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2005554)

เป็นข้อมูลที่ดีมากเลยค่ะ คุณผักบุ้ง ได้ความรู้เพิ่มขึ้นค่ะ

โดยส่วนตัวก็มีความเชื่ออย่างนั้นเหมือนกัน อย่างน้อยการทำบุญ คิดดี พูดดี ทำดี

การสวดมนต์ ทำสมาธิ ก็ส่งผลดีกับผู้ปฎิบัติเอง อย่างแรกคือความสบายใจ

วันนี้ก็อ่านนิตยสาร secret  มีคอลัมภ์คุณเป็คกี้ (นักแสดง) ในการพยายามมีลูกทำ iui 7 ครั้ง

จนกระทั่งมีคนมาทักว่าเคยทำแท้งหรือเปล่า(แต่เค้าไม่เคยทำนะค่ะ)

และแนะนำให้ไปปฎิบัติธรรม ช่วงนี้นเค้าตั้งใจปฎิบัติและภาวนาให้คนดีๆมาเกิด

เป็นลูก หลังจากนั้นเค้าก็ไปรักษากับหมออีกคน ไม่นานก็มีลูกน้อยสมใจ

เป็นเรื่องมาเล่าสู่กันฟังนะค่ะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น AON วันที่ตอบ 2009-11-11 15:09:25 IP : 124.121.162.28


ความคิดเห็นที่ 2 (2005555)

ขอ print ไปอ่านก่อนนะคะ เย๊อะจัง ยังไงก็ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น AIMI วันที่ตอบ 2009-11-11 15:11:41 IP : 222.123.180.106


ความคิดเห็นที่ 3 (2005557)

จขกท คะ ขอสอบถามหน่อยคะ สนใจหมอแมะที่นครปฐม แล้วจะต้องพาแฟนไปด้วยป่าวคะ หรือว่าแค่เราคนเดียวก็ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น aimi วันที่ตอบ 2009-11-11 15:14:39 IP : 222.123.180.106


ความคิดเห็นที่ 4 (2005584)

ขอขอบคุณขอมูลดีๆด้วยนะคะ

งั้นอย่างแลกที่ก๊อกต้องทำคือ ไปหาหมอเพื่อฉีดวัคซีนก่อนแล้วคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น pitykok วันที่ตอบ 2009-11-11 16:24:07 IP : 124.157.235.171


ความคิดเห็นที่ 5 (2005593)

เป็นข้อมูลที่ดีมากๆ เลยคะ 

ขอบคุณมากคะสำหรับข้อมูลดีๆ แบบนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น ดา วันที่ตอบ 2009-11-11 16:50:35 IP : 58.137.129.220


ความคิดเห็นที่ 6 (2005777)

ข้อมูลดีมากๆ  เลยค่ะ  เยี่ยม  เยี่ยม

ขอบคุณ  คุณผักบุ้งนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น จี วันที่ตอบ 2009-11-12 09:36:17 IP : 203.130.145.98


ความคิดเห็นที่ 7 (2005782)

 

ขอบคุณ คุณผักบุ้งที่สละเวลา มาเล่าความรู้ให้ฟังคะ

ข้อมูลเป็นประโยชน์ สำหรับคนที่พยายามมีลูก อย่างพวกเรามากเลยคะ

ขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้งคุณแม่และคุณลูกคะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น มิ้ม วันที่ตอบ 2009-11-12 09:53:16 IP : 203.149.33.66


ความคิดเห็นที่ 8 (2053733)

ข้อมูลเพียบพร้อม แน่นมากๆ เลยค่ะ  รู้สึกดีมีกำลังใจ ที่จะต่อสู้...อดทนรอ สิ่งที่ดีดีค่ะ  ขอให้ผลบุญนี้ ส่งผลให้คุณ และ ครอบครัว มีแต่ความสุข และสิ่งที่ดีดี ตลอดไปค่ะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น Jann วันที่ตอบ 2010-04-08 23:47:58 IP : 113.53.179.58


ความคิดเห็นที่ 9 (2053766)

ข้อมูลดีมากๆเลย ขอบคุณมากนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น กานดา วันที่ตอบ 2010-04-09 02:20:13 IP : 85.185.26.4


ความคิดเห็นที่ 10 (2053880)

ขอบคุณมากๆ ค่ะ สำหรับข้อมูลดีๆ

และขอให้เพื่อนๆทุกคนประสบความสำเร็จนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เรนเดียร์ วันที่ตอบ 2010-04-09 13:45:29 IP : 58.137.129.220


ความคิดเห็นที่ 11 (2054211)

ขอขอบคุณเช่นกันที่สนใจข้อมูล รวมถึงคำอวยพรด้วยนะคะ ... ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนนะคะ

และต้องขอโทษด้วยที่เพิ่งจะเข้ามาดูกระทู้นะคะ ...

สำหรับข้อมูลที่ Update สามารถสั่งพิมพ์ได้จากหน้าหลักเลยนะคะ ทาง web master เค้าช่วย post ไว้ให้แล้วค่ะ

และตอนนี้กำลังหาเวลาเพื่อเพิ่มเติมข้อมูล ในไตรมาสที่ 2 และ 3 อยู่ค่ะ

เพราะตอนนี้เพิ่งจะคลอดน้อง และเลี้ยงลูกเองค่ะ เลยยุ่งมากๆ เลย

แต่ก็มีเรื่องจะแชร์ให้เพื่อนๆ มากขึ้นด้วยค่ะ

สำหรับหมอแมะที่นครปฐม ถ้าไปคู่ได้ก็จะดีค่ะ จะได้เช็คทั้งคู่เลยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผักบุ้ง วันที่ตอบ 2010-04-10 23:11:22 IP : 124.121.174.180


ความคิดเห็นที่ 12 (2058039)
998, they created an Eco-Drive, which was released to the replica omega be a symbol of status . Men and women alike wear wrist cartier search and rescue. The micro transmitter is activated by replica watch
ผู้แสดงความคิดเห็น louis (louis-at-123-dot-com)วันที่ตอบ 2010-04-24 15:10:32 IP : 123.158.5.5


ความคิดเห็นที่ 13 (2064294)
side of the watch features the sky-chart, phases of the replica watches this time he has played a vital role in three space replica watches centres, and so on, are among its customers.The in-house replica watches CartierA Cartier timepiece is a luxury item. It is a replica watches are made from an 18K white gold cases combined with .
ผู้แสดงความคิดเห็น replica watches (louis-at-123-dot-com)วันที่ตอบ 2010-05-14 08:19:03 IP : 123.153.76.158


ความคิดเห็นที่ 14 (2311256)

ก่อนทำ  IVF #4 คุณผักบุ้งทานยาจีนนานเท่าไรคะ และขณะทำ IVF ทานยาจีนร่วมด้วยไหมคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สนใจ วันที่ตอบ 2012-10-28 08:13:44 IP : 124.120.70.233


ความคิดเห็นที่ 15 (2378787)

ขอบคุณคุณผักบุ้งมากๆค่ะ ดิฉันไปหาซินแสอุ้ยเพียวมาเมื่อปีที่แล้ว คุณหมอเก่งมากจริงๆ แค่จับชีพจรก็สามารถบอกได้ว่าดิฉันมีไข่กี่ใบ พูดได้ตรงกับที่ดิฉันไปตรวจแผนปัจจุบันมาเลยค่ะ ส่วนของแฟนก็แม่นค่ะบอกว่าแฟนเชื่ออ่อน อึ้งมากค่ะ ซึ่งรู้สึกว่าท่านก็รักษาโรคอื่นๆนอกเหนือจากรักษาภาวะมีบุตรยากได้ดีมากด้วยนะคะ เห็นมีคนเฒ่าคนแก่ก็มารอคิวตรวจกันเยอะค่ะ ตอนนี้ดิฉันคลอดน้องได้เดือนกว่าแล้ว น้องแข็งแรงดีค่ะ อยากขอบคุณคุณผักบุ้งผ่านทางนี้ละกันค่ะไม่รู้จะติดต่อยังไง ขอบคุณสำหรับการแนะนำคุณหมอเก่งๆให้จนทำให้ดิฉันมีน้องได้ซะที

ผู้แสดงความคิดเห็น ลูกปัด วันที่ตอบ 2013-06-28 21:18:22 IP : 61.90.111.198


ความคิดเห็นที่ 16 (2386494)

ตอนนี้ดิฉันกำลังกินยาอยู่ เพิ่งไปหาซินแสอุ้ยเพียวมาอาทิตย์นึง หวังว่าจะเป็นอีกคนที่สำเร็จ ดิฉันมีปัญหาไข่ไม่ตก ทานยาแล้วได้ผลยังไงจะมาอัพเดทให้ฟัง เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ลูกปลา วันที่ตอบ 2013-07-14 10:47:04 IP : 192.168.200.116, 58.8.81.95



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล



Copyright © 2010 All Rights Reserved.