ReadyPlanet.com


เรื่องจริง ของคุณแม่ที่เกือบไม่ได้ลูกเพราะบุหรี่ ตอนที่ 2 (ต่อจากเมื่อวานค่ะ)


  เรื่องต่อจากเมื่อวานน่ะค่ะ    

      ครั้งนั้นยังไม่ตั้งท้อง แต่หลังจากวันนั้น ดิฉันเห็นสามีลดการสูบบุหรี่ลงไป  พอเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง คราวนี้ดิฉันค่อนข้างมั่นใจว่าต้องตั้งท้องแน่ๆ เพราะปัจจัยที่เป็นปัญหาเริ่มเปลี่ยนไป  ตอนนั้นก็ลุ้นมากๆ สามีก็อยากให้ตั้งท้อง พอเลยวันที่ประจำเดือนต้องมา แล้วมันไม่มา...ก็ไปตรวจ

    คุณหมอถามว่า  “เอาข่าวดีหรือข่าวร้าย    

    ดิฉันบอก  “ต้องเอาข่าวดีอยู่แล้ว”

พอคุณหมอบอกว่า  ดิฉันท้องแล้ว ดิฉันดีใจมาก สามีก็เช่นกัน  ตอนนั้นดิฉันต้องดูแลตัวเองอย่างมาก พยายามที่จะไม่เดินเร็ว ใส่รองเท้าส้นเตี้ย  ไม่เดินขึ้นลงบันได ไม่ออกต่างจังหวัด ลดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงทั้งหมด

ช่วงอาทิตย์แรกของการตั้งครรภ์ ไม่มีอาการแพ้ท้องเลย ดีใจมาก สบายรับประทานได้ทุกอย่าง  แต่พอหลังจากนั้น ทานอะไรไม่ได้เลยเป็นเวลา 5 เดือน  ช่วงนั้นต้องพยายามฝืนทนดื่มนมกับน้ำส้ม เพราะคุณหมอบอกว่า  “คนท้องในหนึ่งเดือนน้ำหนักต้องขึ้นอย่างน้อย 1 กิโลกรัม แต่ดิฉันสองเดือนขึ้นกิโลกรัมเดียว เพราะทานไม่ได้เลยและอาเจียนตลอด พอเริ่มดีขึ้นก็ทานได้แต่อาหารจืดๆ เท่านั้นอาหารโปรดคือ ก๋วยเตี๋ยวกับขนมจีน

สามีก็พลอยแพ้ท้องไปด้วย  ชอบทานน้ำพริกปลาร้า ปกติเขาไม่ค่อยชอบทาน  แต่ตอนนั้นแค่เดินผ่านร้านขายได้กลิ่นปลาร้า  ต้องซื้อทานเกือบทุกวัน

                พอย่างเข้าเดือนที่ 6  ไม่แพ้ท้องแล้ว... ดิฉันทานเต็มที่เลย  ในหนึ่งเดือนน้ำหนักขึ้นมาสองกิโลกรัม...สิ่งที่ห่วงมากอย่างหนึ่งคือ  ลูกจะออกมาครบสมบูรณ์หรือเปล่า  ทั้งด้านร่างกายและสมอง เพราะตอนนั้นดิฉันอายุ  37 ปีแล้ว

คุณหมอบอกว่าผู้หญิงถ้าอายุเกิน 35 ปีแล้วตั้งครรภ์  มีโอกาสที่ลูกจะออกมาปัญญาอ่อน  เอาละสิ  เริ่มเครียด  ต้องรอให้ครบ 4 เดือนก่อนถึงจะตรวจได้  โดยการทำอัลตราซาวนด์

คุณหมออธิบายว่า  ตอนนั้นร่างกายเด็กครบทุกส่วนแล้ว  ดิฉันก็ไปทำการตรวจสภาพปกติของลูก  ตอนเห็นลูกในจอเครื่องตรวจอัลตราซาวนด์  ดิฉันรู้สึกตื่นเต้น บอกไม่ถูก  ภาพที่เขานอนดูดนิ้วอยู่ในท้องเราคือภาพลูกภาพแรกในชีวิต  ที่ยังติดอยู่ในความทรงจำอยู่จนถึงทุกวันนี้...

คุณหมอจะดูดเอาน้ำคร่ำไปตรวจ  ในขั้นนี้  ดิฉันและสามีเครียดกันมาก  นั่งนับเวลารอ พอครบอาทิตย์  คุณหมอโทรมาบอกข่าวดี  “ลูกอาการครบสมบูรณ์ ปกติดี” และเป็น “ผู้หญิง” เราสองคนดีใจมาก...

                ตั้งแต่วันนั้นมาก็พยายามดูแลและประคบประหงมอย่างดี  ย่างเข้าเดือนที่เจ็ด ...วันหนึ่งนั่งทำงานอยู่ ..จู่ๆ ท้องก็แข็งเป็นลูกหิน แล้วเจ็บมาก  เดินตัวคู้ เข้าห้องน้ำก็ค่อยๆลุก ท้องแข็งเพราะมดลูกบีบตัว ตัดสินใจไปพบคุณหมอทันที  ปรากฏว่ามดลูกบีบตัวมากเกินไป  คุณหมอให้ดิฉันทานยาพอดีขึ้นแล้ว  จึงให้หยุดยา แต่จู่ๆ ความดันก็สูงขึ้น  ปกติดิฉันจะวัดความดันทุกวันๆ ละสามเวลาที่ห้องพยาบาลของที่ทำงาน  แต่เช้าวันหนึ่ง  ความดันขึ้นไปที่ 130 พอเที่ยง 140  พยาบาลที่วัดความดันให้บอกว่า  “คุณแม่..ผิดปกติแล้ว” ตกเย็นสามีมารับไปหาคุณหมอ

“พอตรวจเสร็จ คุณหมอให้ admit เลย...เพราะอาการนี้คือ อาการของครรภ์เป็นพิษ

            ดิฉัน Admit ที่โรงพยาบาลประมาณ 1 อาทิตย์ พยาบาลเข้ามาตรวจอาการทุกๆ สองชั่วโมง ซึ่งอยู่ในความดูแลของพยาบาลเป็นปกติ

                ดิฉันคิดว่า อยู่ที่บ้านบรรยากาศดีกว่า อบอุ่นกว่า  จึงขออนุญาตคุณหมอกลับบ้าน  ซื้อเครื่องวัดความดันมาวัดที่บ้านตามคำแนะของคุณหมอ  เพื่อตรวจแล้วจดเป็นสถิติแจ้งคุณหมอทราบ  สัญญาณอาการน่ากังวลอีกอย่างหนึ่งที่คุณหมอให้ดิฉันคอยตรวจเช็คคือ ลูกดิ้นเป็นปกติหรือไม่ 

                โดยปกติหลังทานข้าวทุกมื้อภายในหนึ่งชั่วโมง  ลูกดิ้นโดยการถีบท้องเรามากกว่า 10 ครั้งขึ้นไป  ดิฉันก็คอยเช็คตัวเอง  หลังอาหารทุกมื้อดิฉันจะนอนเอนหลัง รอนับจำนวนครั้งที่ลูกจะถีบท้องเรา  หนึ่งชั่วโมงนั้นจะเครียดมาก แต่สิบนาทีสุดท้ายก่อนครบชั่วโมงเขาจะถีบท้องเราประมาณไม่น้อยกว่า  40-50 ครั้งทุกมื้อ  ถือว่าปกติดี

                แต่ความดันของดิฉันไม่ลดลงเลยต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นรอบที่สอง  ดิฉันตัดสินใจว่าถ้าคุณหมอตรวจแล้วเราสมบูรณ์  ลูกสมบูรณ์ ก็น่าจะผ่าออกได้เลย  ไม่ต้องรอให้ครบเก้าเดือน  แต่คุณหมอลองคัดท้องดูแล้วปรากฎว่าลูกยังตัวโตไม่พอ   คุณหมอแนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบผ่าออกเลย  เดี๋ยวลูกไม่แข็งแรง  ดิฉันเชื่อคุณหมอ  ขอให้ลูกแข็งแรง  ถึงตอนนี้ก็เจ็ดเดือนกว่าเกือบแปดเดือนแล้ว

                ในระหว่างนี้  คุณหมอตรวจความสมบูรณ์ของเด็กในเรื่องปอด  ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากอย่างหนึ่ง  โดยการเจาะน้ำคร่ำ  คุณหมอให้ดิฉันดูจากหลอดแก้ว ถ้ามีฟองลอยอยู่บนผิวน้ำแสดงว่าเด็กสมบูรณ์แล้ว  พร้อมที่จะทำการคลอด  ดิฉันเจาะน้ำคร่ำอยู่สามสี่ครั้ง

                หลังจากนั้น ดิฉันบำรุงร่างกายเต็มที่  เน้นทั้งผักและนม  นอกจากนี้ คุณหมอยังแนะนำให้ทานเครื่องในหมูและเลือดหมู  เพื่อช่วยในการสร้างเม็ดเลือดเพราะเราต้องผ่าตัด  ต้องเสียเลือดมาก  พอใกล้คลอดคุณหมอก็ให้วิตามินธาตุเหล็กเพิ่มอีกอย่าง  บำรุงอยู่จนอาทิตย์สุดท้ายก่อนคลอด คราวนี้คุณหมอบอกว่า  “เอาแล้วนะ”  ลองตรวจฟังเสียงหัวใจลูกปรากฏว่า  “วิ่งเป็นม้าควบเลย แข็งแรงมาก”

                ทุกครั้งที่คุณหมอตรวจเจาะน้ำคร่ำเพื่อดูความสมบูรณ์และแข็งแรงของลูก  ดิฉันพร้อมมีฤกษ์คลอดทุกครั้งเพื่อนสามีเป็นคนดูให้ จนคุณหมอแซวว่า “มีหมอดู ประจำตัวด้วยเหรอ”  คือพอถึงวันพฤหัสบดี  ซึ่งเป็นวันที่คุณหมอนัดตรวจเจาะน้ำคร่ำทีไร  คุณหมอจะบอกว่าคุณแม่เอาฤกษ์มาเลย  ถ้าทุกอย่างโอเค  ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ คุณหมอผ่าทันที

ดิฉันดูไว้แล้วว่าวันศุกร์เวลานี้ เสาร์เวลานี้ คุณหมอเลือกได้เลย  อาทิตย์หนึ่งผ่านไป  เหลวอีกแล้ว  แต่พอเริ่มพฤหัส ฤกษ์ใหม่ก็มาอีก  ตอนเริ่มท้อง เคยถามคุณหมอว่าดิฉันเหมาะที่จะคลอดแบบไหน  คุณหมอแนะว่า  ดิฉันอายุมากแล้ว ควรผ่าคลอดและวางยาสลบแบบไม่ใช่มีอาการสะลึมสะลือ  เผื่อหากเกิดอะไรขึ้นระหว่างการทำคลอด  คุณหมอจะได้ไม่ต้องพะวงกับตัวดิฉัน

                สิ่งที่ดิฉันตัดสินใจคือ  การผ่าคลอดและวางยาสลบ  เพื่อให้คุณหมอได้ปฏิบัติภารกิจในระหว่างทำคลอดอย่างมีสมาธิ  ดูแลลูกเราให้ดีที่สุด

                พอถึงเวลา  วิสัญญีแพทย์  ก็มาฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง  ดิฉันต้องงอตัวให้หลังตึงมากที่สุดเพื่อฉีดยา ท้องเราก็โต มันก็บีบ เจ็บจนน้ำตาไหล  ดิฉันต้องฉีดถึง 6 เข็ม  ตอนแรกฉีดเข้าไป 5 เข็มก่อน  ดิฉันสลบไปเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว  ......

                หลังจากที่ดิฉันฟื้นขึ้นมาหลังคลอด  ดิฉันรู้สึกเจ็บแผลมาก  คืนแรกนอนไม่หลับ ต้องให้ยาแก้ปวดทางสายน้ำเกลือ  ตอนที่พยาบาลอุ้มลูกมาหาดิฉันครั้งแรกหลังคลอด  ดิฉันปวดแผลมากจนอุ้มลุกไม่ไหว  มันปวดไปหมดทั้งตัว  สุดยอดจริงๆ....

 

ในที่สุดคุณระรวย ก็ได้ลูกสมใจแล้วค่ะ และสุขภาพแข็งแรง  แต่วันนี้พอแค่นี้ก่อนน่ะค่ะ เดี๋ยวตอนหน้ามาดูกันว่า พอคลอดมาแล้วการดูแลเลี้ยงดูและความน่ารักของ เด็กตัวน้อยๆ จะเป็นยังไงน่ะค่ะ



ผู้ตั้งกระทู้ *** :: วันที่ลงประกาศ 2006-12-21 16:42:02 IP : 124.120.128.198


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (956019)
ดีใจด้วยนะค่ะ ตอนที่อ่านก็ลุ้นด้วยแทบแย่
ผู้แสดงความคิดเห็น แอปเปิ้ลจิ๋ว วันที่ตอบ 2008-02-12 21:52:11 IP : 125.26.186.200



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล



Copyright © 2010 All Rights Reserved.