ReadyPlanet.com


โปรไบโอติคที่หาได้จากธรรมชาติ ตัวช่วยแก้ปัญหา ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ


 

ปัญหาเรื่องระบบทางเดินอาหารในทารก เป็นตัวกระตุ้นให้เด็กมีอาการไม่สบายท้องไม่สบายตัว ทำให้ ลูกร้องไม่หยุด หรือที่เรียกกันว่า เด็กร้องไห้ แบบโคลิค โดยอาการโคลิคมักจะเกิดขึ้นในช่วงเย็น - ค่ำ และจะร้องไห้เป็นเวลานาน ติดต่อกันหลายอาทิตย์

โดยพ่อแม่สามารถช่วยดูแลลูกง่ายๆ เพื่อบรรเทาอาการโคลิคได้ ด้วยการดูแลสภาวะรอบตัวลูกน้อยให้เหมาะสม เช่น อุณหภูมิห้อง แสง เสียง ที่รบกวนการนอน ตลอดจนอาหารการกิน การทำให้เรอหลังอิ่มนม หรืออุ้มพาเดินไปมาให้ผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังมีการใช้โปรไบโอติค ซึ่งเป็นแบคทีเรียและยีสต์ชนิดดี ที่จะช่วยดูแลปรับสภาพการทำงานของลำไส้ให้ดีขึ้นตามลำดับ

โปรไบโอติคที่เป็นตัวช่วยแก้ปัญหา บรรเทาอาการโคลิค ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ นี้ สามารถหาได้จากธรรมชาติ เช่น

1.      โยเกิร์ต

หลายๆ คนน่าจะพอได้ยินกันมาแล้วว่าโยเกิร์ต มีโปรไบโอติค แถมโปรตีนสูง ไขมันต่ำ ที่ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย ปรับสมดุลระบบลำไส้ให้ทำงานได้ดี ผู้ที่ทานโยเกิร์ตเป็นประจำนั้น สามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้ โปรไบโอติคที่พบคือ แลคโตบาซิลลัสนั่นเองแต่แนะนำให้เด็กที่มีอายุมากกว่า 1 ปี ทานเท่านั้น

2.      ชีสจากการบ่ม

ความอร่อยของชีสที่หลายๆ คนชอบ นอกจากจะอุดมไปด้วยแคลเซียมที่เป็นตัวช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟันแล้ว ชีสยังมีโปรไบโอติคด้วย แต่ต้องเป็นชีสที่ได้จากการบ่มจะดีที่สุด แต่เด็กทารกยังไม่สามารถทานชีสได้นะ

3.      ผักดอง

อาหารที่ผ่านการหมักดองแทบทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น ผักกาดดอง สตอดอง กะหล่ำปลีดอง ถั่วเน่า เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เป็นอาหารพื้นบ้านที่หารับประทานได้ง่าย มีโปรไบโอติคสูง ช่วยย่อยอาหารได้ดีทีเดียว โดยทารกก็ยังไม่ควรทานอาหารหมักดอง

4.      นมแม่

อาหารที่มีคุณค่าดีที่สุดสำหรับทารกอย่างนมแม่ ย่อมมีบิฟิโดแบคทีเรีย และแลคโตบาซิลลัสซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดดี หรือโปรไบโอติคที่จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารของลูกน้อยนั้นเป็นไปอย่างสมดุล ฉะนั้นเมื่อ ทารกร้องไห้ แบบโคลิค การจับเข้าเต้าก็เป็นอีกวิธีที่สามารถช่วยได้

            ส่วนใหญ่ อาการโคลิค มักจะเกิดกับเด็กที่ไม่ได้คลอดตามธรรมชาติ นอกจากเด็กเหล่านี้จะมีความผิดปกติของลำไส้แล้ว ยังเสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้ มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ บางรายอาจมีผลต่อการพัฒนาของร่างกาย ตัวเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกัน ซึ่งเป็นผลเสียที่จะตามมาในระยะยาว เพราะฉะนั้นเราควรดูแลลูกที่มีอาการร้องไห้โดยทันที

แล้วเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ล่ะ?

          แน่นอนว่าทารกนั้นยังไม่สามารถรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรไบโอติคอย่างอื่นได้นอกจากนมแม่ โดยแนะนำให้การใช้โปรไบโอติคในทารกนั้นควรอยู่ในการดูแลของแพทย์เท่านั้น



ผู้ตั้งกระทู้ อัญณา :: วันที่ลงประกาศ 2020-03-17 12:00:04


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.