ReadyPlanet.com


อาการโคลิค ภัย (ไม่) เงียบของสุขภาพลูก และสุขภาพพ่อแม่


 

อาการโคลิค คือ อะไร? คุณพ่อคุณแม่มือเก่า มือโปร คงเคยพลิกตำราหรือผ่านตากันมาบ้าง บางคนก็อาจจะเคยรับมือกับอาการแบบนี้ของลูกน้อยกันมาแล้ว แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ถ้าสงสัยให้ลองสังเกตุอาการดู หากลูกร้องไม่หยุดและไม่มีสาเหตุ เสียงร้องจะเล็กแหลมเป็นเวลานาน และยังร้องในช่วงเวลาเดิมทุกๆวัน ลูกของคุณมีอาการโคลิค ซึ่งคุณควรใส่ใจให้มาก เพราะการที่ ทารกร้องไห้ ไม่ยอมเงียบ อาจเป็นภัย (ไม่) เงียบต่อทั้งสุขภาพลูกและสุขภาพของตัวคุณเองได้

แบบไหนกัน... อาการโคลิค

            ทารกร้องไห้ เป็นเรื่องปกติธรรมดา โดยเฉพาะใน 3 เดือนแรกห แต่ถ้า เด็กร้องไห้ รุนแรง แบบโมโห แผดเสียง หน้าแดง กำหมัดแน่น หรือมีอาการตัวเกร็ง ขางอเข้าหาหน้าท้อง แถมไม่รู้เอาเรี่ยวเอาแรงจากไหน ร้องไม่หยุดได้มากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน ในช่วงค่ำ – เย็น มากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ และติดต่อกันนานเกิน 1 สัปดาห์ นั่นแปลว่าหนูน้อยมี อาการโคลิค แล้ว

ทำไมลูกฉัน มีอาการร้องไห้แบบโคลิค

            นี่เรียกได้ว่าเป็นปัญหาโลกแตก เพราะแม้การแพทย์จะก้าวหน้าไปมากและมีการศึกษามากมาย ก็ยังไม่มีใครตอบได้จริง ๆ ว่า ทารกร้องไห้เป็นเพราะอะไรแน่ ได้แต่สันนิษฐานกันไป เช่นว่า เมื่อ เด็กร้องไห้ มักงอขาไปชิดหน้าท้อง ทำให้คิดว่าน่าจะมีความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร หรือแน่นท้อง เพราะตอนร้องไห้หนัก ๆ เด็กจะกลืนแก๊สลงไปในลำไส้ด้วย หรืออาจเป็นผลจากการแพ้สารอาหาร เช่น นมวัว หรือการเคลื่อนไหวของลำไส้ที่มากกว่าปกติ ทำให้ทารกมีอาการเจ็บปวด และการคาดเดาอื่น ๆ เพราะสาเหตุที่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดนี้ ทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นเช็คว่าลูกร้องไห้เพราะสาเหตุใด

แล้วจะหาหมอดีไหม?

          ควรไปหาหมอ เพราะหากเราไม่สามารถรับมือได้ อาจจะทำให้พ่อแม่มือใหม่เกิดความเครียด กังวลมาได้ อาการ ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ ต่อเนื่องกันแบบนี้ จะหนักสุด ในช่วง 6 สัปดาห์แรก แล้วค่อย ๆ ลดลงเหลือ 1-2 ชั่วโมง ต่อวัน หรือหายไปได้เองเมื่อลูกมีอายุ 3-4 เดือน แต่คุณก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาการร้องไห้แบบเอาไม่อยู่นี้ อาจเป็นสาเหตุของความเจ็บป่วยอย่างอื่นได้ เช่น ภาวะแพ้นมวัว หรือกรดไหลย้อน เป็นต้น ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี

            ที่สำคัญ ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ แบบนี้คงทำให้พ่อแม่ ตลอดจนถึงคนดูแลเครียดหนัก กลายเป็นคนมีปัญหาสุขภาพจิต จนถึงเอาความเครียดไปลงกับเจ้าตัวเล็กได้ นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่คุณควรไปพบแพทย์

ทำยังไง..ให้ลูกหยุดร้อง

นอกจากปรึกษาแพทย์แล้ว คุณก็ควรดูแลเจ้าตัวเล็กอย่างใกล้ชิดใส่ใจมากขึ้น เช่น สร้างบรรยากาศในห้องให้สงบ สภาพแวดล้อมที่สงบจะทำให้ลูกน้อยของเราอาการดีขึ้น และหากร้องไห้อุ้มลูกแนบอกและโยกตัวเบาๆ

อาการโคลิคพบได้ทั้งในทารกที่กินนมมารดาและนมผสม กรณีแรก คุณควรให้ลูกกินนมจากอกต่อไป แต่ถ้าคิดว่าอาหารบางอย่างที่คุณกินอาจส่งผลต่อลูกน้อยผ่านทางน้ำนม ก็ควรงดเว้นเสีย เช่น ผลิตภัณฑ์จากนมวัว ไข่ ถั่ว แล้วดูการตอบสนองจากลูก

 ในทารกที่ดื่มนมผสม คุณก็อาจให้ลูกดื่มต่อไปได้ ยกเว้นเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่าลูกอาจแพ้นมวัว เช่น มีอาการแหวะนม มีผื่นขึ้น ถ่ายเหลว หรือถ่ายเป็นเลือด ถ้าเป็นเช่นนี้ควรรีบไปพบแพทย์

สุขภาพพ่อแม่...แย่แล้วทำไง

            ภัย (ไม่) เงียบจากเสียงร้องไห้ของลูกที่ทำให้พ่อแม่เหนื่อยและเครียดมากเป็นเรื่องปกติ บางครั้งคุณอาจโกรธลูกที่ทำยังไง ๆ ก็ไม่ยอมเงียบเสียที จากนั้นก็อาจรู้สึกผิดที่ทำไมต้องไปโกรธลูกด้วย โดยสรุป คุณ ๆ ที่มีลูกร้องไห้แบบโคลิค มักมีความโกรธ ความวิตกกังวล ความเสียใจ ความกลัวคละเคล้ากันไป มีการศึกษาในต่างประเทศพบว่าลักษณะการร้องไห้แบบโคลิคในลูกน้อย อาจลุกลามกลายไปเป็นปัญหาความสัมพันธ์ที่ไม่ดี ระหว่างพ่อแม่และลูกในระยะยาวได้

            เพราะฉะนั้นหากลูกมีอาการโคลิค ของให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจและอดทนอีกสักนิด อการเหล่านี้จะสามารถหายไปเอง หากเครียดไม่ไหวแนะนำให้ขอให้ญาติช่วยดูและสงบจิตใจสักครู่ จะช่วยได้ประมาณนึงเลย และ ห้ามจับลูกเขย่าตัวหรือสั่นแรง ๆ เพื่อระบายอารมณ์ของคุณ เพราะการกระทำที่ว่า อาจทำให้

เกิดอันตรายรุนแรงต่อสมองของเจ้าตัวน้อย จอประสาทตาหลุดลอกและหรือเสียชีวิตได้ หากคุณโกรธหนัก เครียดหนัก จนอยากจับลูกเขย่าให้หยุดร้อง ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อให้การช่วยเหลือโดยด่วน และหากคุณมีพี่เลี้ยงช่วยดูแลลูก คุณต้องมั่นใจด้วยว่าพี่เลี้ยงหรือบุคคลอื่นนั้น ๆ จะไม่ทำแบบนี้กับลูกน้อยในขณะที่คุณไม่อยู่เช่นกัน



ผู้ตั้งกระทู้ unyana (unyana-dot-mah-at-gmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2020-02-26 11:04:20


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.