ReadyPlanet.com


เด็กร้องไห้ ไม่หยุด เรื่องผิดปกติที่พ่อแม่ทุกคนควรรู้


 

เมื่อลูกร้องไห้ อาจจะทำให้พ่อแม่เกิดความกังวลว่าเด็กร้องไห้ทำไม หรือเหนื่อยเพิ่มขึ้น แต่ที่จริงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ ไม่ใช้ว่าการที่เด็กร้องไห้ ไม่หยุดนั้นเป็นเรื่องปกติที่เด็กวัยนี้เป็นกัน ไม่ได้ส่งผลเสียใด ๆ กับลูกน้อย แต่ในความจริงแล้วลูกน้อยของคุณอาจกำลังเผชิญกับ อาการโคลิค อยู่ก็เป็นได้

 

อาการโคลิคเป็นอาการที่ควรใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะมีผลเสียในระยะสั้นและระยะยาวที่คาดไม่ถึงได้ ระยะสั้นคือ เด็กไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างถูกต้อง ทำให้ปัญหาที่เกิดกับร่างกาย เช่น ลมแน่นท้อง หรือไม่สบายตัวจากผ้าอ้อม ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม หรืออาจถูกจับเขย่าตัวไปมาเพื่อจะให้หยุดร้องไห้ ทำให้มีผลต่อการตกเลือดที่สมองหรือเรตินาได้ จึงต้องระวังอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ได้เลี้ยงเอง หรือจ้างพี่เลี้ยงดูแล เพราะการร้องไห้ของเด็กแบบไม่หยุดเป็นเวลานานนี้ จะทำให้คนรอบข้างเกิดความเครียด แม้แต่พ่อแม่ก็อาจจะเกิดความเครียดสะสมจนทำให้ทำร้ายลูกได้ หรือเกิดเป็นความก้าวร้าวรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเป็นผลเสียระยะยาวของปัญหานี้ เพราะฉะนั้นหากพอว่าลูกมีอาการโคลิค คุณพ่อคุณแม่ และคนที่ดูแลเด็กทารก ควรได้รับคำปรึกษาเรื่องการดูแลเด็กอย่างถูกวิธีจากแพทย์

 

สำหรับวิธีการตรวจสอบว่าลูกกำลังมีภาวะโคลิคหรือไม่นั้น สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำคือ ต้องหมั่นสังเกตว่า ทารกร้องไห้ นานแค่ไหนต่อวัน ลูกร้องไม่หยุด หรือไม่ เนื่องจากการร้องไห้แบบโคลิคจะแตกต่างจากการร้องไห้แบบปกติอย่างเห็นได้ชัด โดยหากเกิดจาก อาการโคลิค ลูกจะร้องไห้เสียงดังเป็นเวลานานต่อเนื่องกันประมาณวันละ 2-3 ชั่วโมงต่อวัน เป็นแบบนี้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 วันเป็นอย่างน้อย ติดต่อกัน 3 อาทิตย์ขึ้นไป และส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในเวลาเดิม ๆ คือช่วงเย็น - ดึก ทุกครั้ง และอาการมีการแสดงออกทางร่างกายที่เห็นได้อย่างชัดเจน ได้แก่ อาการหน้าแดง กำมือแน่น เกร็งตัว งอขาทั้งสองข้างขึ้นมาถึงอก และร้องเสียงแหลมมากกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม ในตอนแรกเมื่อลูกเริ่มร้องไห้ คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่าลูกไม่ได้ร้องไห้เพราะหิวนม หรือรู้สึกไม่สบายตัวเนื่องจากสาเหตุอื่น เช่น ถ่ายท้อง มีไข้ รู้สึกร้อนหรือหนาวมากจนเกินไป เป็นต้น        

 

ส่วนวิธีการดูแลลูกที่มีอาการร้องไห้แบบโคลิค อย่างแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องจำไว้เสมอคือ ไม่ควรปล่อยให้ทารกร้องไห้อยู่อย่างนั้น ถึงแม้ว่าเด็กจะหยุดได้เองภายหลังก็ตาม เมื่อลูกมีอาการในเบื้องต้นให้คุณพ่อคุณแม่ใช้ผ้าห่อตัวให้ลูกรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น และนำลูกนอนแนบกับอกของคุณแม่ในท่าคว่ำแล้วโยกตัวไปมาเล็กน้อยให้ลูกน้อยรู้สึกเพลิดเพลิน หรืออุ้มเดินไปมาก็ได้ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

 

แต่ถ้าเห็นว่าลูกเริ่ม ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ ต้องรีบเข้าไปดูแลใกล้ชิดในทันที เพราะถ้าปล่อยไว้อาจทำให้ลูกน้อยหมดแรง เหนื่อยล้า และอาจนำไปสู่ภาวะอันตรายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อาการชัก หายใจแรง ถ่ายเป็นเลือด อาเจียนเป็นมูกเขียว ตัวเขียวซีด และหมดสติ หากเกิดภาวะเหล่านี้ขึ้นควรรีบนำลูกน้อยไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

 

นอกจากนี้ แนะนำว่าควรนวดกระตุ้นให้ลูกเบา ๆ และให้ลูกเรอทุกครั้งหลังกินนม ก็จะช่วยไล่ลมและกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ลูกน้อยมีอาการดีขึ้นได้



ผู้ตั้งกระทู้ unna01 :: วันที่ลงประกาศ 2019-12-27 21:39:37


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.