ReadyPlanet.com
dot dot


dot
รายการสินค้า
dot
bulletสินค้าทั้งหมด
bulletBest Seller
bulletNew Arrival
dot
ตะกร้าสินค้า
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
bulletแจ้งโอนเงิน
bulletตรวจสอบสถานะ order
bulletตรวจสอบสถานะพัสดุ
dot
สอบถามข้อมูล
dot
bulletวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ
bulletวิธีการสั่งซื้อสินค้า
dot
เรื่องของคน มีบุตรยาก
dot
bulletมีบุตรยาก คืออะไร
bulletคุณมีบุตรยากหรือไม่
bulletอยากมีลูก ทำไงดี
bulletสารพัดวิธีรักษา
bulletหาหมอที่ไหนดี
bulletค่าใช้จ่ายในการรักษา
bulletยากระตุ้นไข่
bulletสารพันปัญหา
dot
รู้ไว้ใช่ว่า..
dot
bulletประจำเดือนผิดปกติ
bulletเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่
bulletอบเซาว์น่าทำให้มีลูกยาก
bulletขอบุตรบุญธรรม
bulletอ้วน..สาเหตุทำให้มีลูกยาก
bulletนมถั่วเหลือง
bulletนวดบำบัดโรค
bulletบทเรียนรักสะดุด
bulletดีหรือไม่ดี ถ้าจะมีลูกโทน
bulletกินอะไรช่วยได้
bulletGift เด็กสวรรค์
bulletฝังเข็มเพิ่มอสุจิ
bulletการบริจาคไข่ อสุจิ หรือตัวอ่อน
bulletเลือกเพศบุตรแบบธรรมชาติ
dot
ไม่ได้ด้วยแพทย์ ก็ขอด้วยมนต์
dot
bulletคำอธิษฐาน
bulletวิธีแก้สำหรับผู้ที่เคยทำแท้ง
dot
ประสบการณ์ล่าฝัน
dot
bulletวันที่เฝ้ารอ
bulletก่อนจะถึงลูกสาวสุดสวย
bullet .. 2 hearts ..
weneedbaby
dot
ให้กำลังใจ
dot
bulletการเกิดเป็นมนุษย์
bulletสวรรค์ของคนไม่มีลูก
bulletปัญหาคาใจ คนไม่มีบุตร
bulletมีบุตรแบบเหนือธรรมชาติ
bullet40 ยังแจ๋ว
bulletข้อคิดจากคุณหมอ
dot
Sponsor Links
dot
bulletศูนย์รวมฟิล์มทุกชนิด
bulletฟิล์ม v-kool
bulletของใช้สำหรับ แม่และเด็ก
bulletการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
bulletBangkok Hostel
bulletร้านนมแม่
bulletbeing-mom
bulletชุดคลุมท้อง
bulletBussaba Bangkok Boutique Hotel Suvarnabhumi Airport


มีบุตรยาก,weneedbaby
คำนวณโอกาสในการตั้งครรภ์


รวมเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ในการรักษาภาวะ มีบุตรยาก article

การตรวจน้ำอสุจิ และหน้าที่การทำงานของตัวอสุจิ (Semen analysis)

ในปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันดีว่า การมีตัวอสุจิน้อยหรือเคลื่อนไหวไม่ดี หรือมีความบกพร่องในหน้าที่ การทำงาน ของตัวอสุจิ เป็นสาเหตุ ของการมีบุตรยาก ที่พบได้สูงถึงเกือบครึ่งหนึ่งของสาเหตุการมีบุตรยากทั้งหมด กุลพัฒน์การแพทย์ จะทำการตรวจน้ำอสุจิโดยละเอียด และ รายงานผลการตรวจตามมาตรฐาน ที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก

การตรวจระดับฮอร์โมนในเลือดและปัสสาวะ Hormonal assay

เป็นการตรวจวัดระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตกไข่ เช่น เอฟ เอส เอช, แอล เอช, โปรแลคติน, เอสโตรเจน และ โปรเจสเตอโรน เพื่อช่วยในการตรวจวินิจฉัยฝ่ายหญิงที่มีปัญหาเกี่ยวกับการตกไข่ รวมทั้งตรวจฮอร์โมน แอล เอชในปัสสาวะเพื่อดูการตกไข่ และตรวจเอช ซี จี ในปัสสาวะเพื่อทดสอบการตั้งครรภ์
การวัดระดับฮอร์โมนในเลือด ยังมีประโยชน์ในการติดตามการเจริญของไข่ โดยเฉพาะ ในรายที่ใช้ยากระตุ้นไข่ เพื่อทำเด็กหลอดแก้ว การวัดระดับ เอช ซี จี จะช่วยในการวินิจฉัยการตั้งครรภ์ ในระยะต้นๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก หลังการเก็บไข่ และย้ายตัวอ่อน ซึ่งในระยะดังกล่าว ถุงการตั้งครรภ์ยังมีขนาดเล็กเกินไปที่จะตรวจพบได้ด้วยวิธีอื่น

การตรวจการอุดตันของท่อนำไข่ (Tubal patency test)

การอุดตันของท่อนำไข่ เป็นสาเหตุของการมีบุตรยากที่พบได้บ่อยในฝ่ายหญิง สาเหตุของการอุดตันมักเกิดจาก การติดเชื้ออักเสบ ของท่อนำไข่ ซึ่งอาจเป็นผลจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือติดเชื้อตามหลังการคลอด หรือการแท้ง ในรายที่มีการอุดตันของท่อนำไข่ ส่วนใหญ่มักมีอาการไม่มาก เช่น มีอาการเจ็บเล็กน้อยบริเวณท้องน้อย โดยอาจมี หรือไม่มีไข้ร่วมด้วยก็ได้ ดังนั้นฝ่ายหญิงที่มีปัญหาท่อนำไข่ตัน จึงมักไม่รู้ตัวมาก่อน และมักไม่มีประวัติชัดเจน ว่าเคยต้องไปน้อยรักษาตัวด้วยอาการปีกมดลูกอักเสบ
การตรวจการอุดตันของท่อนำไข่ ต้องอาศัยการตรวจพิเศษ ลำพังการตรวจภายในอย่างเดียว ไม่สามารถให้การวินิจฉัยที่ถูกต้องได้ ผลการตรวจภายใน จะพบว่าผิดปกติได้ ก็ต่อเมื่อมีพยาธิสภาพที่ค่อนข้างมาก เช่น มีก้อนในอุ้งเชิงกราน หรือมีพังผืดในช่องท้องมากๆ ทำให้กายวิภาคภายในอุ้งเชิงกรานผิดปกติไป
กุลพัฒน์การแพทย์ จะทำการตรวจวินิจฉัยการอุดตันของท่อนำไข่ โดย
  • วิธีเจาะท้องส่องกล้อง และฉีดสี (Laparoscopic dye injection)
  • การฉีกสารทึบรังสี และถ่ายเอ็กซเรย์
การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonography)


กุลพัฒน์การแพทย์มีบริการตรวจอุ้งเชิงกรานด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่สูง เกินกว่าที่หูของมนุษย์ จะได้ยิน คลื่นดังกล่าวจะถูกส่งออกไป ในทิศทางที่ต้องการ โดยผ่านหัวตรวจที่แนบกับผนังช่องท้อง และเรายังมีหัวตรวจพิเศษ ที่ใช้ตรวจผ่านทางช่องคลอด อันเป็นเทคโนโลยีใหม่ ทำให้เห็นภาพของมดลูก และรังไข่ได้ชัดเจน กว่าการตรวจทางหน้าท้อง
คลื่นเสียงเมื่อเดินทางผ่านชั้นต่างๆของร่างกายที่มีความหนาแน่นต่างกัน คลื่นเสียงบางส่วนจะมีการสะท้อนกลับ ที่บริเวณรอยต่อของเนื้อเยื่อชั้นต่างๆ คลื่นเสียงที่สะท้อนกลับมานี้ สามารถนำมาประกอบกันเป็นภาพ โดยอาศัยคอมพิวเตอร์ ทำให้แพทย์สามารถใช้ในการตรวจ วินิจฉัยความผิดปกติ ในอุ้งเชิงกรานได้ เช่น เนื้องอกของกล้ามเนื้อมดลูก และเนื้องอกรังไข่ และยังใช้ในการตรวจดูความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์ได้ด้วย โดยไม่มีอันตรายจากรังสี เหมือนกับการฉายเอ็กซเรย์ การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ยังมีข้อดีที่ว่า ผู้รับการตรวจ จะไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด ในรายที่ได้รับการตรวจทาง ช่องคลอด อาจรู้สึกไม่สบาย หรือเจ็บเพียงเล็กน้อย จากการสอดเครื่องมือเข้าทางช่องคลอด
ในการกระตุ้นการตกไข่ เพื่อทำเด็กหลอดแก้ว การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงสามารถใช้ติดตามการเจริญของไข่ โดยการวัดขนาดของถุงน้ำที่ห่อหุ้มไข่อยู่ และการนับจำนวนของไข่ที่เกิดจากการใช้ยากระตุ้น

การใช้ยากระตุ้นไข่และนับวันให้มีเพศสัมพันธ์ (Ovulation induction and timing of intercourse)

สำหรับในรายที่มีปัญหาการไม่ตกไข่ แพทย์อาจให้การรักษาโดยใช้ยากระตุ้นการตกไข่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มด้วย การให้ยา รับประทานวันละ 1-2 เม็ด เป็นเวลา 5 วันและนัดให้มีเพศสัมพันธ์ในช่วงไข่สุก ในรายที่ดื้อยา อาจมีการปรับขนาดของยาให้ เหมาะสม หรือเปลี่ยนมาใช้ยาฉีดกระตุ้นไข่แทน

การผ่าตัดแก้หมัน และจุลศัลยกรรมของท่อนำไข่ Tubal reanastomosis (Reversal of tubal resection) and Tuboplasty

ในยุคก่อนที่จะมีการทำเด็กหลอดแก้ว การผ่าตัดเป็นวิธีเดียวที่สามารถแก้ไขการอุดตันของท่อนำไข่ได้ แต่ในปัจจุบัน การผ่าตัดท่อนำไข่มีบทบาทลดลง และในบางกรณีการทำเด็กหลอดแก้ว จะมีอัตราประสบความสำเร็จมากกว่า การผ่าตัดด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามการทำจุลศัลยกรรมของท่อนำไข่ ยังมีบทบาทอยู่ สำหรับในบางราย เช่น ในรายที่ต้องการแก้หมัน และในรายที่มี พังผืดในอุ้งเชิงกรานไม่มากนัก
การผ่าตัดแก้ไขท่อนำไข่สามารถทำได้ทั้งการผ่าตัดผ่านกล้องส่องในช่องท้อง หรือการผ่าตัดใหญ่ใหญ่ ซึ่งแล้วแต่กรณี และ ดุลยพินิจของแพทย์

การฉีดตัวอสุจิเข้าโพรงมดลูก IUI (Intrauterine insemination )

หลักการของวิธีนี้คือ จะทำให้มีการเพิ่มจำนวนของไข่โดยการชักนำให้มีไข่ตก 2-3 ใบ ร่วมกับการนำตัวอสุจิเข้าไปใส่ใน โพรงมดลูก ซึ่งใกล้กับตำแหน่งในท่อ นำไข่ ที่มีการผสมของไข่ และตัวอสุจิในธรรมชาติ โดยปกติแล้วการมีเพศสัมพันธ์กันเอง ฝ่ายชายจะมีการหลั่งน้ำอสุจิในช่องคลอดใกล้กับบริเวณปากมดลูก แต่น้ำอสุจิส่วนใหญ่จะไหลย้อนออกทางช่องคลอด จะเหลือตัว อสุจิเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะว่ายผ่านปากมดลูกเข้าสู่โพรงมดลูกได้ ยังผลให้มีการเสียตัวอสุจิไป จำนวนมาก การฉีดตัวอสุจิเข้า ไปในโพรงมดลูกโดยตรง จึงเสมือนเป็นการเพิ่มความเข้มข้นของตัวอสุจิ การรักษาวิธีนี้จึงเหมาะสมกับคู่สมรสที่ฝ่ายชายมี จำนวนตัวอสุจิน้อยกว่าปกติ และฝ่ายหญิงมีท่อนำไข่ปกติอย่างน้อย หนึ่งข้าง วิธีนี้มักกระทำร่วมกับการใช้ยากระตุ้นไข่ โดยใช้ การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงในการติดตามการเจริญของไข่ เมื่อไข่สุกแล้วแพทย์จะฉีดยาให้ไข่ตก และนัดให้สามีเอาน้ำอสุจิออก จากนั้นจะนำน้ำอสุจิไปปั่นแยกด้วย ขบวนการที่คล้ายกับในการทำเด็กหลอดแก้ว แล้วนำไปฉีดเข้าในโพรงมดลูก โดยใช้สายเล็กๆ

การทำผสมเทียมโดยใช้อสุจิบริจาคและอสุจิแช่แข็ง TDI (Therapeutic Donor Semen Insemination)

คู่สมรสที่มีปัญหามีบุตรยากเนื่องจากฝ่ายชายไม่มีตัวอสุจิในน้ำเชื้อ หรือมีแต่น้อยมาก ไม่สามารถ ทำให้ฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ ได้ มีทางเลือกในการรักษาอยู่อย่างน้อย 3 วิธี คือ วิธีแรก อาจขอบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงดู หรือถัดมา อาจทำการผสมเทียม โดยใช้ น้ำอสุจิบริจาคซึ่งอาจเป็นอสุจิสดหรือแช่แข็ง วิธีสุดท้ายคือ การฉีดอสุจิ เข้าผสมกับไข่โดยตรง (ICSI ) สำหรับการรักษา วิธีอื่นๆ เช่น การใช้ยา หรือฮอร์โมนเพศ ในการกระตุ้นการสร้างตัวอสุจิ ให้มากขึ้นนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้ผล และบางรายที่ให้ผลตรงข้าม คือ การใช้ยาดังกล่าวอาจทำให้ตัวอสุจิมีจำนวนลดลง

การทำกิ๊ฟและเด็กหลอดแก้ว GIFT(Gamete Intrafallopian Transfer), IVF-ET (In vitro Fertilization - Embryo transfer)

การทำกิ๊ฟ (GIFT ; Gamete Intrafallopian Transfer) หมายถึงขบวนการที่มีการเก็บไข่ออกมานอกร่างกาย จากนั้น นำไข่ที่ได้พร้อมกับตัวอสุจิใส่กลับเข้าไปในท่อนำไข่ โดยการเจาะผ่านทางหน้าท้อง วิธีนี้นิยมทำกันมาก ในช่วงก่อนปี พศ. 2530 แต่ปัจจุบันเทคนิคของการทำเด็กหลอดแก้วมีการพัฒนาไปมาก จนมีความสำเร็จทัดเทียม กับการทำกิ๊ฟ ดังนั้นการ ทำกิ๊ฟจึงเกือบจะเลิกไปโดยปริยาย เพราะต้องการเจาะท้องส่องกล้อง ซึ่งสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และเป็นการผ่าตัดที่ไม่จำเป็น
การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF-ET; In Vitro Fertilization and Embryo Transfer) มีหลักกว้างๆคือ มีการเก็บไข่ ออกมาภายนอกร่างกาย โดยใช้เข็มที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางพอๆ กับเข็มที่ใช้เจาะเลือด แต่มีความยาว 30 เซนติเมตร แทงผ่าน ผนังช่องคลอดเข้าไปในรังไข่ที่โตเต็มที่แล้วออกมา จากนั้นแพทย์จะให้ฝ่ายชายนำน้ำอสุจิมา เพื่อล้างเอาส่วนที่เป็นน้ำออกเหลือ ไว้แต่ตัวอสุจิ และนำแต่ตัวอสุจิดังกล่าวมาใส่ในหลุมเลี้ยงไข่ เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิ ภายนอกร่างกาย ตัวอ่อนที่เกิดขึ้นจะมีการ แบ่งตัว เป็น 2, 4 หรือ 8 เซลล์ ซึ่งจะพร้อมในการย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ในราววันที่ 2-3 หลังการเก็บไข่

การแช่แข็งตัวอสุจิ (Sperm freezing, Sperm cryopreservation)

นับได้ว่าเป็นความโชคดีของคนเราที่ ตัวอสุจิของมนุษย์ สามารถทนต่อการแช่แข็งได้ดี เมื่อเทียนกับของสัตว์อื่นๆ ตัวอสุจิ สามารถเก็บอยู่ใน ไนโตรเจนเหลว ที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส ได้เป็นเวลานานหลายปี โดยยังคงความสามารถในการผสม กับไข่ได้ หลังการละลายออกมาจากภาวะแช่แข็ง
การแช่แข็งตัวอสุจิ อาจกระทำในรายที่ ฝ่ายชายมีปัญหา ในการเอาน้ำเชื้อออก โดยการแช่แข็งสำรองไว้ก่อนการเก็บไข่ หรือ ในรายที่ต้องการเก็บน้ำอสุจิไว้ ก่อนการทำหมันชาย หรือก่อนการรักษาด้วยยาต้านมะเร็ง หรือรังสีรักษา น้ำอสุจิของคนส่วนใหญ่ จะทนต่อการแช่แข็งได้ดี

การแช่แข็งตัวอ่อน (Embryo freezing, Embryo cryopreservation)

โดยปกติแล้ว เราจะย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกไม่เกิน 3-4 ใบ โดยเลือกเฉพาะตัวอ่อนที่มีลักษณะสมบูรณ์ เพื่อป้องกัน การตั้งครรภ์แฝดที่มีจำนวนทารก มากเกินไป ในกรณีที่มีตัวอ่อนคุณภาพดีเหลือ 2 ตัว หรือมากกว่า ก็น่าที่จะทำการแช่แข็ง ตัวอ่อนไว้ เพื่อนำกลับมาย้ายในรอบเดือนธรรมชาติในภายหลัง หากการย้ายตัวอ่อนสดไม่ประสบความสำเร็จ แม้ในรายที่ประสบ ความสำเร็จ และคลอดบุตรไปแล้ว ผู้มารับบริการอาจกลับมารับการย้ายตัวอ่อนแช่แข็งในภายหลัง เมื่อต้องการมีบุตรคนต่อไป
อย่างไรก็ตามควรทำความเข้าใจก่อนว่า เฉพาะตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีเท่านั้น ที่สามารถแช่แข็งได้ แม้ในกรณีเช่นนี้ หลังการ ละลายตัวอ่อน ออกมาจากภาวะแช่แข็ง จะมีประมาณ 1 ใน 3 ของตัวอ่อนดังกล่าวที่จะตายเนื่องจากทนการแช่แข็งไม่ได้ ฉะนั้น ในบางรายหลังการแช่แข็งและนำตัวอ่อนออกมาจากภาวะแช่แข็ง อาจพบว่า ไม่มีตัวอ่อนรอดชีวิตเลยก็ได้ ดังนั้นก่อนการแช่แข็ง ตัวอ่อน แพทย์จะเน้นให้ผู้มารับบริการทราบถึงจุดนี้ ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง และระยะเวลา ในการเก็บตัวอ่อนแช่แข็ง
สำหรับการย้ายตัวอ่อนแช่แข็งอาจกระทำในรอบเดือนธรรมชาติ ในรายที่มีรอบประจำเดือนสม่ำเสมอ โดยการใช้การตรวจ คลื่นเสียงความถี่สูงของรังไข่ และการตรวจวัดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในเลือด เป็นตัวบอกวันตกไข่ ในรายที่รอบระดูไม่ แน่นอน แพทย์จะใช้ฮอร์โมนในการจัดรอบระดู สำหรับรองรับ การย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง วิธีหลังนี้เราสามารถใช้ในรายที่มีรอบ ประจำเดือนสม่ำเสมอก็ได้ ซึ่งมีข้อดีคือ สามารถกำหนดวันย้ายตัวอ่อนได้ล่วงหน้า อันเป็นการสะดวก กับทั้งผู้มารับบริการ และทีมแพทย์

การทำเด็กหลอดแก้วโดยใช้ไข่ หรือตัวอ่อนบริจาค (Ovum / Embryo donation)

ในรายที่ฝ่ายหญิงมีอายุเกิน 42 ปี โอกาสที่จะมีการตั้งครรภ์จากการใช้ไข่ของตนเองในการทำเด็กหลอดแก้วจะลดลงมาก เพราะไข่ที่เหลืออยู่ในรังไข่ ของสตรีวัยนี้ มีคุณภาพด้อยกว่า ไข่ของคนอายุน้อย คือไข่ที่มีคุณภาพดีได้ถูกใช้ไปหมดหรือเกือบ หมดแล้ว ไข่ที่เหลืออยู่จะไม่ไวต่อการกระตุ้นด้วยยา ทำให้ต้องใช้ยามากขึ้น และเนื่องจาก คุณภาพของไข่ที่ด้อยลง อีกทั้ง คุณภาพของตัวอ่อนที่เกิดขึ้นจะไม่ดีเท่าในคนอายุน้อย ผลที่ตามมาคือ อัตราการตั้งครรภ์ และการฝังตัวจะลดลงมาก นอกจากนี้ อัตราการแท้งจะสูงขึ้นด้วย ส่วนบุตรที่คลอดออกมาก็มีโอกาสพบความผิดปกติ เช่น เด็กปัญญาอ่อน (Down's syndrome) สูงขึ้น
เพื่อเป็นการหลีกเลื่องปัญหาเหล่านี้ แพทย์จะแนะนำให้ใช้ไข่ หรือตัวอ่อนบริจาคแทน กล่าวคือ ทำการกระตุ้นไข่ในสตรีที่มี อายุน้อยกว่า 35 ปี ซึ่งมีความประสงค์ จะบริจาคไข่ เมื่อไข่เจริญเต็มที่แล้ว ก็ทำการเก็บไข่ และนำไข่ที่ได้มาผสมกับเชื้ออสุจิของ สามีผู้รับไข่ เมื่อมีตัวอ่อนเกิดขึ้นก็ย้ายกลับเข้าโพรงมดลูกของผู้รับ ด้วยวิธีนี้ ผู้รับไข่จะมีการตั้งครรภ์และคลอดบุตรเอง โดยครึ่ง หนึ่งของพันธุกรรมจะมาจากสามี และอีกครึ่งหนึ่งมาจากผู้บริจาคไข่ ในกรณีเช่นนี้ อัตราการตั้งครรภ์จะสูง เหมือนในการทำเด็ก หลอดแก้วในคนอายุน้อย และอัตราการแท้งจะเท่ากับคนทั่วไป คือ ประมาณ 10-15% อีกวิธีหนึ่งคือ การใช้ตัวอ่อนบริจาค โดยคู่ สมรส มีบุตรยากอีกคู่หนึ่งมีตัวอ่อนเหลือจำนวนมากพอที่จะบริจาคให้แก่ผู้รับที่ไม่มีไข่ของของตนเอง ในกรณีนี้เด็กที่เกิดขึ้นจะมี พันธุกรรมที่แตกต่างไปจากผู้รับตัวอ่อน และสามี


การฉีดตัวอสุจิเข้าไปผสมกับไข่โดยตรง (อิ๊กซี่) ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection)

ในปัจจุบันฝ่ายชายที่มีตัวอสุจิน้อย หรือการวิ่งของตัวอสุจิไม่ดี เกินกว่าที่จะให้การรักษาด้วยวิธีการทำเด็กหลอดแก้ว ธรรมดาได้นั้น สามารถที่จะมีบุตร ซึ่งเป็นสายเลือดของตัวเองได้ ด้วยการนำอสุจิเพียงหนึ่งตัวมาฉีดเข้าไปในไข่โดยตรง โดย ใช้เข็มแก้วที่มีขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่าเส้นผม ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ประสบความสำเร็จ ในการรักษาภาวะมีบุตรยาก เนื่อง จากสาเหตุทางฝ่าย ซึ่งในอดีตจะรักษาด้วยการใช้ยาฮอร์โมนเพศชาย (แอนโดรเจน) หรือยาตัวอื่น ซึ่งได้ผลน้อยมาก
จากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ ทารกที่กำเนิดจากการทำอิกซี่ (ICSI) มีการพัฒนาทางสมองและร่างกาย เช่นเดียวกับทารก ที่ถือกำเนิดเองตามธรรมชาติ แต่เนื่องจากสาเหตุของการมีตัวอสุจิน้อย ส่วนใหญ่ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีหลักฐานทางการ แพทย์ว่า หลายรายมีผลสืบเนื่องมาจากความผิดปกติของยีนส์ บนโครโมโซม ดังนั้นจึงอาจเป็นไปได้ที่ว่า การทำอิ๊กซี่ อาจทำให้มี การถ่ายทอดทางพันธุกรรมของการมีบุตรยากไปยังเด็ก ยังผลให้ชั่ว อายุคนถัดมา มีปัญหามีบุตรยากเช่นเดียวกับบิดา

การเก็บตัวอสุจิจากอัณฑะโดยใช้เข็มดูดหรือตัดชิ้นเนื้อจากอัณฑะ
PESA (Percutaneous Sperm Aspiration)
TESA (Testicular Sperm Aspiration)
TESE (Testicular Sperm Extraction)

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน สามารถช่วยให้ฝ่ายชายที่ไม่มีตัวอสุจิในน้ำอสุจิ ซึ่งเดิมทีถือกันว่าเป็นหมัน ไม่มี ทางรักษา ให้สามารถมีบุตรของ ตนเองได้โดย
1.) แพทย์จะใช้เข็มเล็กๆ ดูดเอาตัวอสุจิออกมาจากบริเวณ epididymis (PESA) ซึ่งเชื่อมต่ออยู่ระหว่างอัณฑะ และท่อ ทางเดินน้ำอสุจิ หากได้ตัวอสุจิเพียงเล็กน้อยก็สามารถ นำไปทำอิ๊กซี่ (ICSI) ได้ ส่วนในรายที่ไม่ได้ตัวอสุจิเลย แพทย์จะดำเนิน การต่อในข้อที่ 2
2.) ใช้เข็มดูดตัวอสุจิจากอัณฑะโดยตรง (TESA) ทั้ง 2 วิธีที่กล่าวมานี้ มักจะได้ตัวอสุจิที่เพียงพอสำหรับการทำอิ๊กซี่ ICSI และในรายที่ได้ตัวอสุจิออกมามาก ก็สามารถนำตัวอสุจิส่วนที่เหลือมาแช่แข็งเก็บไว้ใช้ในอนาคตได้
3.) ในรายที่ 2 วิธีแรกไม่ได้ผล แพทย์จำเป็นจะต้องทำการตัดชิ้นเนื้อจากอัณฑะ (TESE) เพื่อนำมาเพื่อหาตัวอสุจิ
ด้วย 3 วิธี ดังกล่าวนี้ แพทย์มักจะสามารถเก็บตัวอสุจิ หรือตัวอ่อนของตัวอสุจิ (Secondary spermatocyte, round or elongated spermatid) เพื่อมาใช้ ในการทำอิ๊กซี่ (ICS)I ได้
การใช้เข็มดูดตัวอสุจิจากอัณฑะ เหมาะสำหรับรายที่ท่อนำน้ำเชื้อตัน เช่น ในรายที่เป็นมาแต่กำเนิด หรือ หลังผ่าตัดทำหมัน ชาย รวมทั้งในรายที่ท่อไม่ตัน แต่มีปัญหา ในการสร้างตัวอสุจิในอัณฑะ เช่น มีการชะงักของการสร้างตัวอสุจิ (maturation arrest) หรือมีการทำลายของเซลล์สืบพันธุ์ภายในอัณฑะ

การย้ายฝากตัวอ่อนหรืออุ้มบุญ (Surrogacy)

สตรีที่มีรังไข่ปกติแต่ไม่มีมดลูกแต่กำเนิด หรือถูกตัดมดลูกไปแล้วเหลือไว้แต่รังไข่ ก็สามารถมีบุตรโดยสายเลือดของตนเอง (genetic offspring) ด้วยวิธีการทำเด็กหลอดแก้ว คือเก็บไข่ออกมาผสมกับตัวอสุจิของสามี และย้ายฝากตัวอ่อนเข้าในโพรง มดลูกของญาติพี่น้อง หรือสตรีคนอื่น เพื่อให้ผู้นั้นตั้งครรภ์ และคลอดบุตรแทนแต่พันธุกรรมจะเหมือนของคู่สมรส

 

การเลี้ยงและการย้ายฝากตัวอ่อนระยะบลาสโตซิส

ตัวอ่อนระยะบลาสโตซิส หมายถึง ตัวอ่อนที่มีพัฒนาการมาจนถึงระยะฟักตัว เป็นการเลี้ยงตัวอ่อนในขบวนการเด็กหลอดแก้วที่ผ่านการปฏิสนธิภายนอกแล้ว เมื่อเลี้ยงตัวอ่อนจนถึงวันที่ 5 - 6 จะได้ตัวอ่อนที่มีจำนวนเซลล์มากกว่า 120 เซลล์ ตัวอ่อนในระยะนี้จะเริ่มเห็นโพรงของเหลวภายในและมีพัฒนาการของเซลล์แยกออกเป็น 2 ส่วนชัดเจน คือ ส่วนที่จะเจริญไปเป็นรก และ ส่วนที่จะเจริญไปเป็นตัวเด็ก ตัวอ่อนระยะนี้เรียกว่า บลาสโตซิส ซึ่งมีความพร้อมแล้วที่จะฟักออกจากเปลือกหุ้มเพื่อไปเกาะผนังโพรงมดลูก ตัวอ่อนที่มีพัฒนาการมาถึงระยะนี้เป็นตัวอ่อนที่แข็งแรงมากในบรรดาตัวอ่อนทั้งหมด โดยทั่วไปแล้วตัวอ่อนที่จะเจริญมาถึงระยะนี้ได้จะมีเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของตัวอ่อนทั้งหมด การเลี้ยงตัวอ่อนบลาสโตซิสเป็นการคัดเลือกแบบหนึ่งนั่นเอง เพราะตัวอ่อนที่ไม่แข็งแรงจะหยุดการเติบโตหรือตายก่อนถึงระยะบลาสโตซิส

 

ตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสกำลังฟักตัวออกจาก
เปลือกหุ้มที่ตำแหน่ง 7 นาฬิกา

 

ที่มา www.kullapat.com




รวมวิธีการรักษา ภาวะการ มีบุตรยาก

vdo แสดงการทำ IVF, ICSI, IUI article
บลาสโตซิสท์ คัลเจอร์ (Blastocyst Culture) article
การทำอิ๊กซี่ ICSI :Intracytoplasmic Sperm Injection article
การฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูก ( Intrauterine insemination ) article
เด็กหลอดแก้ว IVF & ET article
IVF : In Vitro Fertilization การปฏิสนธินอกร่างกาย article
อิกซี่, พีซ่า, เทซ่า, เทเซ่ article
บลาสโตซิสท์ คัลเจอร์ เทคนิคสานฝัน ผู้มีบุตรยาก article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

Home / แบบประเมินภาวะการมีบุตรยาก / รายชื่อคลีนิครักษาภาวะมีบุตรยาก  / คำนวณโอกาสในการตั้งครรภ์ / ตะกร้าสินค้า  / ติดต่อเรา / webboard

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-320-4799,02-721-3006, 081-446-8897


View My Stats