ReadyPlanet.com
dot dot


dot
รายการสินค้า
dot
bulletสินค้าทั้งหมด
bulletBest Seller
bulletNew Arrival
dot
ตะกร้าสินค้า
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
bulletแจ้งโอนเงิน
bulletตรวจสอบสถานะ order
bulletตรวจสอบสถานะพัสดุ
dot
สอบถามข้อมูล
dot
bulletวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ
bulletวิธีการสั่งซื้อสินค้า
dot
เรื่องของคน มีบุตรยาก
dot
bulletมีบุตรยาก คืออะไร
bulletคุณมีบุตรยากหรือไม่
bulletอยากมีลูก ทำไงดี
bulletสารพัดวิธีรักษา
bulletหาหมอที่ไหนดี
bulletค่าใช้จ่ายในการรักษา
bulletยากระตุ้นไข่
bulletสารพันปัญหา
dot
รู้ไว้ใช่ว่า..
dot
bulletประจำเดือนผิดปกติ
bulletเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่
bulletอบเซาว์น่าทำให้มีลูกยาก
bulletขอบุตรบุญธรรม
bulletอ้วน..สาเหตุทำให้มีลูกยาก
bulletนมถั่วเหลือง
bulletนวดบำบัดโรค
bulletบทเรียนรักสะดุด
bulletดีหรือไม่ดี ถ้าจะมีลูกโทน
bulletกินอะไรช่วยได้
bulletGift เด็กสวรรค์
bulletฝังเข็มเพิ่มอสุจิ
bulletการบริจาคไข่ อสุจิ หรือตัวอ่อน
bulletเลือกเพศบุตรแบบธรรมชาติ
dot
ไม่ได้ด้วยแพทย์ ก็ขอด้วยมนต์
dot
bulletคำอธิษฐาน
bulletวิธีแก้สำหรับผู้ที่เคยทำแท้ง
dot
ประสบการณ์ล่าฝัน
dot
bulletวันที่เฝ้ารอ
bulletก่อนจะถึงลูกสาวสุดสวย
bullet .. 2 hearts ..
weneedbaby
dot
ให้กำลังใจ
dot
bulletการเกิดเป็นมนุษย์
bulletสวรรค์ของคนไม่มีลูก
bulletปัญหาคาใจ คนไม่มีบุตร
bulletมีบุตรแบบเหนือธรรมชาติ
bullet40 ยังแจ๋ว
bulletข้อคิดจากคุณหมอ
dot
Sponsor Links
dot
bulletศูนย์รวมฟิล์มทุกชนิด
bulletฟิล์ม v-kool
bulletของใช้สำหรับ แม่และเด็ก
bulletการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
bulletBangkok Hostel
bulletร้านนมแม่
bulletbeing-mom
bulletชุดคลุมท้อง
bulletBussaba Bangkok Boutique Hotel Suvarnabhumi Airport


มีบุตรยาก,weneedbaby
คำนวณโอกาสในการตั้งครรภ์


ฝันที่เป็นจริงของคุณอิ่งอ้อย

ชีวิตขึ้นทางด่วนมาเยอะแล้ว ขอเดินทางธรรมดาบ้าง

                พีธีกรหญิง สิทธิวดี กิตติสิทโธ หรือ อิ่งอ้อย หายหน้าหายตาไปจากวงการนานนับ 10 ปี ทิ้งไว้เพียงข่าวว่าเธอแต่งงาน กับ มิสเตอร์ดูซอฟ ยูน นักธุรกิจชาวเกาหลี  แล้วไปทำกิฟท์แต่เด็กออกมาไม่สมบูรณ์จนเป็นความกับคุณหมอผู้ทำถึงกับตกเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในยุคนั้น...ผ่านมาถึง ณ วันนี้ แม้เธอจะสามารถมีลูกได้เองแล้ว แต่ในฐานะที่เคยเป็นผู้มีบุตรยากและเคยพึ่งเทคโนโลยีช่วยสร้างลูกมาก่อน เธอขอเล่าประสบการณ์อันเลวร้ายของเธอให้ผู้ที่อยากมีลูกทั้งหลาย ได้แง่คิดว่า บางครั้งการตัดสินใจขึ้นทางด่วนหรือเดินทางลัดนั้นอาจทำให้ได้รับอันตรายหรือเสียเวลามากกว่าการเดินทางธรรมดา ๆ ก็ได้
 
 “อ้อยแต่งงานตอนอายุ 32 คุณยูนสามีก็อายุ 32 เท่ากัน ตอนนั้นพอแต่งปุ๊บก็อยากมีลูกปั๊บเพราะว่าธรรมเนียมเกาหลี เขาเป็นแบบนั้น ถ้าไม่รีบก็มีเลยก็กลัวว่าจะช้า เนื่องจากคิดว่าตัวเองอายุมากแล้ว อีกอย่างคือสามีใจร้อนด้วย แต่งงานได้แค่ปีเดียวเองพอไม่มีก็ไปหาหมอทันที   เราเลือกไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง หมอบอกว่า “โอ้ย อายุมากแล้ว ไหน ๆ จะมีแล้วก็ทำกิฟท์ไปเลย จะให้ดี เอาเป็นแฝดด้วย จะได้มีลูกทีเดียว 2 คน ทุกอย่างจบ ไม่ต้องเสียเวลา”
 
ตอนนั้นประสบการณ์ของอ้อยน้อย อ้อยก็เชื่อเขาไงคะ ที่จริง อายุ 32 นี่ถือว่าไม่มากเลยนะ สมัยนี้คนอายุ 35 ขึ้นไปยังมีลูกกันได้สบายเลย แต่ว่าตอนนั้นเราไม่รู้ไง หมอว่ามากก็ว่ามากตามหมอ อีกอย่างคือไปเชื่อด้วยว่าคนอ้วน จะมีลูกยาก เพราะคนอ้วนส่วนมากจะมีปัญหาเรื่องรอบเดือนมาไม่ปกติ อย่างอ้อยนี่ปีนึงจะมาแค่ 2-3 ครั้ง หรือไม่ก็ 2-3 เดือนมาครั้ง แล้วตอนนั้นน้ำหนักตัว 90 ก็เลยคิดว่าตัวเองมีปัญหาชัวร์ เอ้า ทำกิฟท์ก็ทำกิฟท์ คำว่า “กิฟท์” ของอ้อยในที่นี้คือการใช้เทคโนโลยีช่วยผสมเทียมนะคะ วิธีการทำกิฟท์ที่อ้อยเลือกใช้คือวิธี บลาสโตซิสท์ คัลเจอร์ (Blastocyst culture) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมากแต่ก็ถือว่าทันสมัยมาก เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของสมัยนั้น ทำไม่นานก็ติดเลย คือทำปุ๊บติดปั๊บ ไม่เคยไม่ติดค่ะ ติดทุกครั้ง ทำ 2 ครั้งก็ได้แฝดทั้ง 2 ครั้ง นี่ก็แสดงว่า อ้อยไม่ได้อยู่ในภาวะผู้มีบุตรยากเลย ถ้ายากจริงก็ต้องไม่ติดสิ จริงไหม” 
 
การติดกับการที่เด็กในครรภ์อยู่รอดปลอดภัยจนออกมาลืมตาดูโลกได้นั้นเป็นคนละเรื่องกัน   “ท้องครั้งแรกตอนปี 41 ได้ลูกแฝดแต่ว่าพอท้องได้แค่ 4 เดือน ปากมดลูกเปิดทำให้แท้ง ตัวเด็กหลุดออกมา   ตอนแรกเราก็คิดว่าเด็กไม่แข็งแรง แต่หมอบอกว่าเป็นแฝด ปากมดลูกเลยเปิด อ้าว เรามันโง่ก็เลยเชื่อหมออีก คิดโทษแต่ตัวเองว่าไม่แข็งแรง ดูแลตัวเองไม่ดี แต่ตอนหลังมาคิดอีกที ไม่รู้นะ อ้อยคิดว่าการดูแลของหมอที่ดูแลอ้อย มันไม่เหมือนกับคนป่วยที่ไปหาหมอ ไปถึงก็เจาะเลือด ฉีดยากระตุ้นฮอร์โมน ทำแต่อย่างนี้น่ะ ไม่เคยเช็คว่ามีอะไรผิดปกติมั้ย หรือว่ามีอะไรมั้ย...ไม่มีเลย 
 
ท้องครั้งที่สองนี้ห่างจากครั้งแรกแค่ 5 เดือนเองค่ะ ตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วเพราะหมอบอกว่าเรามีลูกยาก แต่ทำไมใส่ตัวอ่อนทุกครั้งแล้วก็ติดตั้งแต่ใส่ครั้งแรกเลยทุกครั้ง ถ้ามียากจริง ใส่แล้วมันก็น่าจะติดมั่ง ไม่ติดมั่งหรือไม่ติดเลยสิ แต่นี่ติดทุกครั้งเลย   พอติดครั้งที่สอง ไม่หวังว่าจะได้แฝดอีกเพราะว่าตอนไปทำอัลตร้าซาวด์ครั้งแรกเห็นหัวใจเด็กแค่ดวงเดียว อ้อยก็สบายใจ เพราะว่าคราวก่อนได้ลูกแฝดแล้วมดลูกรับไม่ไหว แต่ทีนี้พอผ่านไปได้แค่อาทิตย์เดียวหมอนัดไปซาวด์อีก คราวนี้เห็นหัวใจเต้น 2 ดวง โอ้โห มันกังวลมากเลย เพราะจากที่เราคิดว่ามีคนเดียวจะได้จบ ไม่มีปัญหาเรื่องมดลูกเปิด แต่พอได้แฝดอีกก็ต้องคอยดูแล ประคบประหงมเพราะกลัวว่าจะแท้งอีก ปรากฎว่าได้แค่ 4 เดือน มีเลือดออกทางช่องคลอด อาการแท้งคุกคามเริ่มมาแล้ว พอไปหาหมอ หมอบอกว่าคราวนี้ต้องเย็บปากมดลูกไว้เพราะกลัวว่าปากมดลูกจะเปิดเหมือนคราวที่แล้วอีก   เราก็โอเค เย็บก็เย็บ ยังจำได้เลยว่าตอนนั้นต้องเทียวเข้าเทียวออกนอนโรงพยาบาลทุก ๆ อาทิตย์ เพราะว่าพอเย็บไปแล้ว มดลูกมีการบีบตัวทำให้ปวดท้องเหมือนจะคลอดอยู่ตลอดเวลาก็ต้องเย็บใหม่อีก รักษาใหม่อีก
 
หมอประคองอาการแบบนี้ไว้จนผ่านไปถึง 6 เดือนครึ่ง เด็กดิ้นแล้ว คราวนี้ปวดท้องมากเหมือนตอนที่จะแท้งลูกครั้งแรกมดลูกมันบีบตัวมาก จู่ ๆ ก็บีบออกมากลายเป็นหนองสีเหลือง ๆ เขียว ๆ จนเอาผ้าเช็ดกอบออกมาได้เป็นกอบ เราก็รู้สึกว่ามันแย่แล้วนะ มันจะต้องมีอะไรผิดปกติจนถึงขั้นอันตรายมาก ๆ แล้ว ก็เลยไปเข้าโรงพยาบาล พอไปถึง หมอคนเดิมที่เป็นเจ้าของไข้คุยกับสามีเลยว่า “ให้เลือกเอาว่าจะเอาชีวิตแม่หรือชีวิตลูก”   อะไรกัน หมอไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรเราเลย บอกแค่ว่ากลิ่นมันเหม็นเน่ามาก เอาไว้ไม่ได้แล้ว ยังไงก็ต้องผ่าตัดเอาเด็กออกมาให้ได้ แล้วอ้อยก็ถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัดแบบงง...ที่โกรธมากก็คือมารู้ทีหลังว่าที่จริงแล้ว แค่เอาที่เย็บปากมดลูกออก ลูกก็จะหลุดออกมาได้เอง...แต่นี่ทางโรงพยาบาลผ่าตัดหน้าท้อง แล้วคิดค่าผ่าตัดอีก...โห
 
สรุป คือผ่าตัดแล้วสุดท้ายได้เด็กมา 2 คน คนนึงหนัก 400 กรัม อีกคน 700 กรัม แล้วเขาก็เอาไปใส่ตู้อบไว้  ลูกแฝดที่ออกมาไม่มีสภาพเด็กหรือสภาพของความเป็นมนุษย์เลย เหมือนลูกกรอก ผิวหนังก็แดง ถลอก ลอกหมด แล้วเอาพลาสติกใสเหมือนที่เราใช้กับอาหารมาพันไว้ทั้งตัว นอกจากนี้ยังมีผ้าก๊อซปิดตาอีก สามีถามเลยว่าอย่างนี้จะรอดเหรอ หมอบอกว่าต้องเลือกเอาคนที่น้ำหนักเยอะกว่าไว้ แต่อ้อยไม่อยากเสี่ยงเลย เพราะคนหนัก 700 นี่หนักเท่ากับมือถือเล็ก ๆ มีกระดูกยาว ๆ ยื่นออกมา เนื้อตัวไม่มีผิวหนังห่อหุ้มเลย เวลาผ่านไป 7 วัน จ่ายให้โรงพยาบาลไป 4 แสนกว่าบาท ถ้ารวมกับที่ผ่านมาด้วยก็จ่ายเงินไปเป็นล้านแล้ว เลยตัดสินใจ คุยกับหมอว่า ... ที่หมอบอกว่าอุณหภูมิในตู้อบเหมือนกับท้องแม่นั้น ขอให้บอกมาตรง ๆ ว่าอีก 3 เดือนเราจะได้อุ้มลูกกลับบ้านหรือว่าไม่ได้อุ้ม ...ถ้ารักษาให้อุ้มกลับบ้านได้...10 ล้านจะกองให้เดี๋ยวนี้เลย
 
หมอบอกให้คำตอบไม่ได้เพราะว่าปอดเด็กยังไม่ทำงาน เราเลยบอกงั้นขอยุติการักษา หมอถามว่าทำไมคุณ 2 คนไม่ให้โอกาสลูกเหมือนกับการให้ออกซิเจนยืดชีวิตคนแก่ เราบอกว่ามันไม่ใช่ที่ยอมหมดเงินไปล้านกว่านี่เพราะต้องการได้อุ้มลูกเหมือนชาวบ้านเค้า ไม่ได้ต้องการมานั่งเกาะตู้ดูลูกอยู่ทุกวัน ๆ เพราะนี่คือสิ่งที่รับไม่ได้   สรุปคือ หยุดการรักษาและไม่ยื้อชีวิตเด็กไว้อีกต่อไป   ที่เจ็บใจมาก คือ หมอบอกว่า เหตุที่คลอดก่อนกำหนดเป็นเพราะอ้อย “ติดเชื้อไม่ทราบสาเหตุ” เพื่อจะปัดความรับผิดชอบทั้งหมด อ้าว จะติดเชื้อได้ไง นอนกับสามีก็ไม่ได้นอนเลย ตอนหลังถึงมายอมรับว่าติดเชื้อจากการเย็บปากมดลูก อ้อยเลยท้อไม่คิดจะมีลูกด้วยการใช้เทคโนโลยีผสมเทียมอีกเลย เพราะไหนจะเจ็บตัว ถูกฉีดยาเป็น 200 เข็ม ถูกเย็บปากมดลูกอีก 3-4 ครั้ง ไหนจะเสียเงินเป็นล้าน ไหนจะต้องอ้วนจากการฉีดฮอร์โมนจนน้ำหนักเพิ่ม 24 กิโล รวมของเดิมเป็น 125 กิโล ไหนจะต้องเสี่ยงชีวิตปางตายอีก ไม่ตายก็บุญแล้ว”
 
หลังเหตุการณ์นี้ คุณอิ่งอ้อยหยุดความคิดที่จะมีลูก แต่ไม่ใช่การหยุดแบบถาวร เพราะแม้จะรู้สึกท้อแต่เธอก็ไม่เคยยอมแพ้    “อ้อยหยุดไป 9 เดือน ตอนนั้นรู้สึกท้อแต่ก็ไม่คิดยอมแพ้ พยายามไปหาหมอที่คลินิกผู้มีบุตรยากดัง ๆ หลายที่ แต่ทุกที่บอกว่าไม่รับปากว่าจะมีได้เพราะเราเคยมีปัญหาติดเชื้อมาก่อน บางที่แนะนำให้เจาะผนังหน้าท้องผ่านสะดือแล้วส่องกล้องไปดูว่าข้างในมีอะไรผิดปกติบ้าง   ที่จริง อ้อยว่าจะเจาะหน้าท้องแล้วล่ะ แต่ด้วยความที่ไม่อยากเจ็บตัวอีกจึงไปปรึกษากับหมออีกคนหนึ่งซึ่งอยู่ทีมเดียวกับหมอคนแรกที่แนะนำให้เจาะหน้าท้อง
 
ปรากฎว่าหมอคนที่สองซึ่งไม่รู้ว่า อ้อยไปหาหมอคนแรกมาบอกว่า ไม่แนะนำให้เจาะลงไปก็มีแต่ไขมัน เจาะไปก็ไม่เห็นอะไร เจ็บตัวเปล่า   พอฟังอย่างนี้ เราก็อึ้ง นี่ขนาดหมอทีมเดียวกันนะ เลยเป็นประสบการณ์ว่า อย่าเชื่อหมอแค่คนเดียว ทุกครั้งควรจะมีความเห็นที่สองของหมออีกคนเพื่อความชัวร์ นาทีนั้นคือแค้นหมอที่บอกว่าเรามีปัญหาสุขภาพเรื่องอ้วน ทำให้มีลูกไม่ได้แถมว่าสามีเราว่ามีปัญาเรื่องเชื้ออสุจิอีก ถ้าเกิดเรามีลูกตามธรรมชาติได้เองก็เท่ากับว่าเราตบหน้าหมอคนนี้ได้ และอ้อยก็จะต้องทำให้ได้ด้วย...ฮึดมาก
 
อ้อยรู้สึกว่าชีวิตอ้อยขึ้นทางด่วนมาเยอะแล้ว เหนื่อยมากแล้ว ขอเดินทางธรรมดาบ้างดีกว่า  บางครั้ง การวิ่งแม้จะถึงจุดหมายได้เร็วกว่าการเดิน แต่การเดินนั้นเหนื่อยน้อยกว่า เสี่ยงน้อยกว่าแถมยังปลอดภัยมากกว่า คุณอิ่งอ้อยจึงเลือกเดินช้า ๆ อย่างอ้อยอิ่งทว่ามั่นคง
 
 “อ้อยรู้ว่าเราต้องคุมน้ำหนักให้ได้สุขภาพถึงจะแข็งแรงเพื่อเตรียมความพร้อมจะมีลูก ตอนนั้นอ้อยหนัก 110-115 กิโล อ้อยก็ออกกำลังกายเหมือนคนบ้า ต้องใช้คำว่าบ้าเพราะทุก ๆ วันต้องออกรอบตีกอล์ฟ วันนึงไม่ต่ำกว่า 8 ถาด ว่ายน้ำในสระไปกลับ 20 กว่ารอบ วันละ 45 นาที อดทนทำอย่างนี้จนผ่านไป 7 เดือน สามารถลดน้ำหนักลงไปได้ 14 กิโล จังหวะที่ออกกำลังกายคุมน้ำหนักนี้เอง ก็มีรุ่นน้องที่ศิลปากรคนหนึ่งโทรมาแนะนำว่าเขามีลูกยากแต่ตอนนี้เขามีลูกแฝดด้วยการช่วยเหลือจาก อ.หมอเรืองศิลป์ เชาวรัตน์ โรงพยาบาลศิริราช    อ้อยบอกเขาว่าอ้อยไม่อยากทำกิฟท์แล้ว แต่เขาบอกให้ลองไปคุยกับหมอก่อนเพราะหมอคนนี้ดีมาก คุยแล้วสบายใจ ส่วนเรื่องลูก ได้ ไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ อ้อยกับสามีเลยเสี่ยงไป เชื่อไหมคะ แค่เห็นหน้าสามีเท่านั้น หมอบอกเลยว่า   สามีอ้อยไม่มีปัญหาเรื่องเชื้ออสุจิถ้ามีให้กลับมาตัดคอหมอได้เลย
               
โอโห แล้วทำไมโรงพยาบาลที่เก่าถึงได้บอกว่าเชื้อของสามีมีปัญหา อ้อยเลยถามหมอว่า ไม่คิดจะตรวจสามีเลยเหรอคะ หมอบอกไม่ต้อง ผมมั่นใจ   ตอนที่อ้อยไปพบ อ.หมอเรืองศิลป์ อ้อยเป็นเหมือนคนไข้โรคจิตที่ไปรักษากับจิตแพทย์ เพราะว่ากังวลนั่นกลัวนี่ไปหมด แต่ อ.หมอดีมาก ให้กำลังใจและมีจิตวิทยาพูดคุยทำให้เราหายเครียดโดยบอกว่า สามีของคุณไม่มีปัญหาเรื่องอสุจิ ตัวคุณเองก็มีสุขภาพแข็งแรง แล้วจะไปกลัวอะไร ขั้นต้นผมจะยังไม่ใช้เทคโนโลยีอะไรเลย เพราะว่ายังไม่จำเป็นอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติก่อน ถ้าประจำเดือนมาเมื่อไหร่ก็ให้มาพบผม...แค่นั้น   
 
ทีนี้พอประจำเดือนมา อ้อยก็ไปหาท่าน ท่านบอกว่า ผมจะไม่ทำอะไรมาก ขอแค่ฉีดยากระตุ้นไข่ให้ตกแค่ 2 เข็ม เท่านั้น แล้วผมจะนับวันให้คุณไปมีอะไรกับสามีตามวันที่นับว่าจะต้องมีวันนี้นะ เวลานี้นะ อ้อยก็ทำตามที่ท่านแนะนำ
 
ตอนนั้นอ้อยไม่เครียด ไม่คาดหวังอะไรที่ทำแล้วมีความสุข ทำทุกอย่าง ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องระวังเหมือนตอนที่ท้องจากการทำกิฟท์เลย อยากไปดำน้ำก็ไป ไปทั่วเลยนะ ไปทั้งสมุย ไปมาเลย์ ไปฟิลิปปินส์ สารพัด ทีนี้ตอนดำไปดำมาที่ลังกาวี ปรากฎว่า อุ้ย มีเลือดออกมาจากช่องคลอด โหใจไม่ดีเลย คิดว่าเมนส์มา เพราะการมีเมนส์ก็คือสัญลักษณ์ของการไม่ท้อง ใช่มั้ย   อ้อยรีบโทรไปปรึกษา อ.หมอ ท่านบอกว่าใจเย็น ๆ กลับมาแล้วให้มาตรวจ พออ้อยกลับมาก็เลยไปหาท่าน...
               
ปรากฎว่าท้อง   โอ้โห นาทีนั้น ชีวิตเปลี่ยนไปหมดเลย อะไรที่มันบาดเจ็บมาในอดีต มันล้างกระดานทั้งหมด ครั้งนี้ฉีดยาแค่นิดเดียว หมดเงินไปไม่ถึง 2,000 ก็ท้องแล้ว ไม่มีอะไรที่วิเศษไปกว่านี้อีกแล้ว ท้องนี้ ใช้ชีวิตปกติมาก มีความสุข เคยทำงานยังไงก็ทำยังงั้น คือการที่เราออกกำลังกายทำให้ฮอร์โมนแห่งความสุขมันหลั่ง ช่วยให้ไม่เครียด ไม่กังวลเรื่องแท้ง คุกคามเลย เพราะนอกจาก อ.หมอ จะดูแลเรื่องสูตินรีแล้วยังรักษาอาการทางจิตให้ด้วย ทำให้รู้ว่า   การท้องปกติตามธรรมชาติกับการท้องโดยใช้เทคโนโลยีช่วย มันต่างกันมาก ที่สำคัญ ท้องนี้ไม่มีอาการแพ้ท้อง ไม่เป็นอะไรสักอย่าง ไม่ต้องรักษาอะไรพิเศษเลย ทุกอย่างปกติหมด น้ำหนักก่อนท้อง คือ 95 กิโล ก่อนคลอดน้ำหนักอยู่ที่ 115 ขึ้นมา 20 กิโล แล้วตอนที่ น้องมีมี่ (ด.ญ.นารา) ลูกสาวคลอดออกมาก็แข็งแรง หนักตั้ง 3,500 กรัม ตอนนี้อายุ 6 ขวบแล้วค่ะ
               
แม้ว่าจะมีลูกแล้วแต่ความคิดที่จะมีลูกอีกของเธอก็ยังไม่หมดไป เพราะเธอเชื่อมั่นในตัวเองแล้วว่าขณะนี้ เธอสามารถ “สร้างลูก” เองได้เหมือนผู้หญิงทั่วไป   พอมีน้องมีมี่แล้ว อ้อยก็อยากมีลูกอีกเพราะการมีลูกทำให้มีความสุขมาก แต่ว่าพยายามยังไงก็ไม่มีสักที เลยไปหา อ.หมอ เรืองศิลป์อีก หมอให้ยามาฉีดกระตุ้นให้ไข่ตกอีก แต่ด้วยความที่อ้อยเริ่มงอแงเลยฉีดบ้างไม่ฉีดบ้าง เอายามาแช่ตู้เย็นทิ้งไว้เฉย ๆ จนยาหมดอายุ  ทั้ง ๆ ที่ไปเอายามาทีหมดเงินเป็นหมื่น แต่ว่าก็ช่างมัน ไม่ติดก็ไม่ติด ทิ้งไปเป็นสิบ ๆ หลอดก็ไม่เป็นไร
               
รอจนอายุ 38... อ้อยเริ่มปลงว่าคงจะไม่มีลูกอีก จบแล้ว ไม่ไปหาหมอด้วย เพราะมีลูกแค่คนเดียวก็ที่สุดของอ้อยแล้ว คิดอย่างนี้มาตลอดค่ะ   เวลาผ่านไปจนปัจจุบันอ้อยอายุ 42 และเมื่อเดือนธันวา-มกรา-กุมภา ที่ผ่านมา ลูกสาวปิดเทอมประกอบกับพ่อแม่สามีมาจากเกาหลี มาอยู่ด้วย 1 เดือนเต็ม ๆ ทำให้อ้อยต้องเทคแคร์พ่อสามีกับลูกสาวตลอดกลายเป็นว่า 3 เดือนที่ผ่านมานี้ อ้อยไม่ได้ใส่ใจดูแลตัวเองเลย อะ เมนส์ไม่มา ช่างมัน ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยกินยาจัดรอบเดือนใหม่ คือประจำเดือนเรามาไม่ปกติอยู่แล้ว 2-3 เดือนมาที แต่ถ้าออกกำลังกายหนัก ๆ จะมาทุกเดือนเลยไม่ได้คิดอะไร ทั้ง ๆ ที่ช่วง ตุลา-พฤศจิกา ก็ไปฟิตเนสวันละ 3 ชั่วโมง ต่อเนื่องกันตลอด
               
มาเอะใจเมื่อเริ่มเหม็นยาที่สามีเคยกินทุกวันทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่เหม็น พอเหม็น แล้วก็อาเจียนโอ้ก ๆ สามีเลยแซวว่า “แปลกนะ คนไม่ท้อง ทำไมทำเสียงได้เหมือนคนท้องเลย” อ้าว เฮ้ย ก็เลยไปซื้อแผ่นสำหรับเทสต์ว่าท้องหรือไม่ท้องมาตรวจ 2 แผ่น ปรากฎว่าผลออกมา ขึ้น 2 ขีด คือ ตั้งท้องทั้ง 2 แผ่นเลย...โอ้โห นึกไม่ถึงจริง ๆ
           
พอไปให้ อ.หมอเรืองศิลป์ตรวจดู โหย หมอบอกท้องมา 12-13 สัปดาห์แล้ว พอรู้ก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าอายุครรภ์จะมากขนาดนี้ 3 เดือนแน่ะ คิดว่าแค่เดือนกว่า ๆ เท่านั้น แล้วที่ผ่านมา อ้อยใช้ร่างกายสมบุกสมบันมาก แบกลูกคนโตซึ่งหนัก 24 กิโล ขึ้นหลังไปไหนต่อไหนตลอด แถมยังไปดำน้ำ ไปเล่นฟิตเนสอีกสารพัด แล้วเราอายุขนาดนี้ หนักขนาดนี้ (106 กก.) แต่คุณหมอบอกว่า ไม่เป็นอะไร ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องกังวล ทำทุกอย่างปกติแล้วสิ่งที่จะตามมาก็จะปกติเองค่ะ”
           
ขณะที่คุยอยู่นี้ คุณอิ่งอ้อยกำลังตั้งครรภ์ได้ 5 เดือนแล้ว ผลจากการเจาะน้ำคร่ำระบุว่าเด็กน้อยเป็นผู้ชาย และเป็นที่น่ายินดีและภาคภูมิใจที่สุดที่ “คู่สร้างคู่สม ได้รับเกียรติจากคุณอิ่งอ้อยให้เป็น “สื่อแรก” ที่จะบอกข่าวดีนี้แก่ทุก ๆคน

ที่มา : นิตยสารคู่สร้างคู่สม




ฝันที่เป็นจริง

สูตรรักสตรีสูงวัย
นางฟ้า....ตัวน้อย article
เปิดใจ "วิลลี่-เยลหลี" ลูกคนแรก ห้าปี สิบล้าน article
แฝดสามของครอบครัวอาเซน
ฝันของเรา
หกปีที่รอคอย
การเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์ และการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI)
17 ปีที่รอคอย
ฝันที่เป็นจริง



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (62978)

ยินดีด้วยจริงๆค่ะ คิดว่าคุณหมอมีอิทธิพลมากจริงๆ เพราะตนเองเป็นคนที่ต้องการจะมีลูกเหมือนคนอื่นเค้าเหมือนกันแต่ไม่สามารถมีได้ เป็นคนอายุเท่ากันกับคุณอิงอ้อยค่ะ หลังแต่งงานแยกกันอยู่กับสามีเพราะทำงานคนละจังหวัด ก็ไม่ได้XXตามจังหวะการตกไข่ พออายุ 30 ปลายๆได้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน อยู่มาจนอายุ 38  ปรากฎว่าท้องชนิดBright ovum ไม่มีตัวเด็ก ถูกคุณหมอดุเสียเศร้าไปหลายเดือน ก็ไม่ยอม XX กับสามีในช่วงตกไข่อีกเลย เป็นการคุมกำเนิดด้วยการนับวันไปในตัว เพราะจะไปทำหมันหรือคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นสามีก็ไม่ยอม เค้าไม่เชื่อเรื่องอุปสรรค์จากอายุเท่าไร่ เพราะตัวเค้าเองคลอดตอนคุณแม่เค้าอายุ 45 ปี คนเครียดก็กลายเป็นเราอีก มีรุ่นพี่เป็นพยาบาลแนะนำให้ไปพบแพทย์ เธอบอกว่าหลายรายที่ท้อง Brighted แล้วก็ท้องจริงๆได้อีก แต่เชื่อมั๊ยคะว่ายังได้ยินเสียงคุณหมอคนเดิมพูดใส่อย่างหงุดหงิดว่าถ้าปล่อยให้ท้องอีกก็จะอันตรายกว่าครั้งนี้อีก มันก้องอยู่ในหูทุกครั้งเมื่อXXกับสามี แต่โชคดีที่สามีเป็นคนใจดี ไม่เช่นนั้นคงเป็นโรคจิตไปแล้ว เมื่อได้อ่านเรื่องของคุณอิงอ้อยแล้วจึงยินดีด้วยจริงๆที่ได้พบคุณหมอที่ใจดีทำให้สมปราถนา ยินดีด้วยนะคะ จากYing-Ying ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น pee'ying วันที่ตอบ 2009-05-22 17:07:54


ความคิดเห็นที่ 2 (73096)

ขอแสดงความยินดีกับคุณอิ่งอ้อยด้วนนะคะดิฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ยังไม่มีบุตรเพราะดิฉันเป็นคนอ้วนมาก  แต่พออ่านเรื่องของคุณอิ่งอ้อยทำให้ดิฉันมีความพยายาม  ที่จะสู้ต่อไปค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น POOKIE วันที่ตอบ 2009-06-13 14:01:58


ความคิดเห็นที่ 3 (81478)

ขอแสดงความยินดีกับคุณอิ่งอ้อยด้วยเมื่อได้อ่านเรื่องของคุณแล้วทำให้เรามีกำลังใจที่จะพยายามตั้งท้องลูกคนที่สองเองตามธรรมชาติหลังจากรอคอยคนแรกถึงห้าปีตอนนี้แกได้สี่ขวบแล้วค่ะซนได้ใจจริงๆเป็นทั้งเด็กหญิงเด็กชายในคนเดียวกันแต่คุณพ่อเค้าอยากได้อีกคนตอนนี้เราก็อายุ37แล้วกลัวจังว่าจะมีลูกยากคงต้องไปออกกำลังกายเยอะๆเหมือนคุณอิ่งอ้อยแล้วหล่ะ ขอแสดงความยินดีอีกครั้งนะคะ จากแม่น้องเพริ์ล

ผู้แสดงความคิดเห็น เสาวลักษณ์ ไรท์ (cherrywright-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-07-02 17:35:44


ความคิดเห็นที่ 4 (85631)

ดิฉันอ่านเรื่องนี้แล้วร้องให้เลยเพราะแต่งงานมา 15 ปีแล้วไม่มีลูก ปัจจุบันน้ำหนักตัว 95 กิโลกรัม อายุ 37 ปีเป็นความดันโลหิตสูงด้วย ไม่มีกำลังทรัพย์พอที่จะไปปรึกษาหมอ แต่ยอมรับว่าสามีอยู่ในงานที่มีภาวะเครียดสูง และต้องเดินทางไปกลับวันละกว่า 100 กิโลเมตร และเคยเป็นไทรอยด์ ปัจจุบันตัวเองก็พบปัญหาตับอักเสบ พยายามคิดว่าไม่เป็นไรอยู่กัน 2 คนก็สะดวกดี แต่ลึก ๆ เสียใจมากที่ไม่ท้อง คนข้างเคียงแต่งงานแล้วท้องทันทีอิจฉามาก

ผู้แสดงความคิดเห็น คนไม่มีลูก วันที่ตอบ 2009-07-12 05:39:02


ความคิดเห็นที่ 5 (88557)

ได้อ่านเรื่องของคุณอิ่งอ้อยแล้วทำให้รู้สึกว่าชีวิตยังคงมีความหวังขึ้น และทำให้รู้ว่าการใช้ชีวิตปกติไม่กังวล และ ไม่ห่วงอะไรมากเกินไปทุกอย่างจะดีเอง อย่างไรก็ตามรบกวนช่วยบอกได้มั๊ยคะว่าคุณหมอท่านนี้ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลไหน ถ้าเกิดมีใครได้อ่านข้อความนี้แล้วรู้ว่าคุณหมออยู่โรงพยาบาลไหน รบกวนโทรบอกที่เบอร์ 02625 3466 เป็นเบอร์ที่บริษัท หรือรบกวนส่งอีเมล ที่ brenig919@hotmail.com ค่ะ ขอบคุณมากคะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น วิลาวรรณ (brenig919-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-08-17 20:46:04


ความคิดเห็นที่ 6 (88913)

คุณหมอชื่อ เรื่องศิลป์ เชาวรัตน์ ค่ะ อยู่ ศิริราช  แต่ไปตรวจที่ ศูนย์แพทย์อรุณอัมรินทร์ เบอร์โทร 02-8911031-3 

ผู้แสดงความคิดเห็น ตัวเล็ก (Toulex-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-08-30 17:53:41


ความคิดเห็นที่ 7 (89850)

ขอแสดงความยินดีกับคุณอิ่งอ้อยจริงๆค่ะ อ่านแล้วก็พลอยลุ้นไปด้วยว่าผลจะเป็นอย่างไร   นอกจากสภาพร่างกายของแม่ต้องแข็งแรงแล้ว สภาวะจิตใจของแม่ก็สำคัญไม่น้อยกว่ากันเลยนะคะ การทำใจให้ผ่อนคลาย ไม่เครียด ไม่ใจจดใจจ่อกับสิ่งที่เราต้องการจนเกินไป ก็ทำให้เราสบายใจ ลูกเค้าก็มาเกิดกับเราให้เราได้มีความสุขเอง 

สำหรับใครที่ยังไม่สมหวัง  ลองไปตรวจ ไปคุยกับคุณหมอดูค่ะ แล้วก็ดูแลสุขภาพของเราให้แข็งแรง อาหารทานที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ไม่เน้นแป้งหรือไขมันมากเกินไป ออกกำลังกายประจำในแต่ละครั้งให้เหงื่อออกหรือรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้นเล็กน้อยแต่อย่าหักโหมจนหอบเหนื่อย สูดอากาศบริสุทธิ์ ขับถ่ายอุจจาระทุกวันและที่สำคัญคือ อารมณ์ ทำจิตใจให้สบาย อาจทำบุญทำทาน ถือศีล สวดมนต์ภาวนาก็ยิ่งดี ผลบุญกุศลก็ส่งให้เจ้ากรรมนายเวร ช่วยให้เราสบายใจ เป็นกุศลของเราเองค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น pinky วันที่ตอบ 2009-09-21 19:23:53


ความคิดเห็นที่ 8 (90394)

หมอเรืองศิลป์ ท่านเก่งนะเราเคยไปหาครั้งหนึ่ง เสียดายมากตอนนี้ไม่ได้ไปหาหมอแล้วเพราะเราไม่ได้อยู่ กทม เวลาไปหาหมอไม่สะดวกเลยต้องหาที่ชลบุรีแทนแต่เราก็ยังหวังที่จะได้เห็นตัวเล็กกับเค้าบ้าง  ทุกคนอย่าท้อนะค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น jane วันที่ตอบ 2009-10-02 22:50:23


ความคิดเห็นที่ 9 (92947)

ปัจจุบันเจอคุณอิ่งอ้อย มีลูกชายน่ารักมาก อายุ หกเดือนแล้ว ดีใจด้วยจริงๆๆ กับความพยายามป็นแม่ของเธอ

ยกนิ้วให้ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น จันจิรา วันที่ตอบ 2010-02-18 13:01:16


ความคิดเห็นที่ 10 (94766)

พี่อิ่งอ้อย คะ หนูหริ่ง ยินดีด้วย อีกคน นะคะ อยากมีลูกสองคนอย่างพี่ จังคะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น หนูหริ่ง วันที่ตอบ 2010-05-28 21:01:24


ความคิดเห็นที่ 11 (97241)

เคยอ่านเรื่องคุณอิ๋งอ้อยในคู่สร้างคู่สม ประทับใจมากค่ะ  รอฟังข่าวอยู่เหมือนกันนะค่ะว่าคลอดน้องคนที่สองรึยัง คลอดเมื่อไหร่ ขอให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูกคนนะ เราเองก้อเพิ่งคลอดลูกชายได้ 1 เดือนแล้วค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณแม่ลูกอ่อน วันที่ตอบ 2010-09-08 19:24:43


ความคิดเห็นที่ 12 (97457)

พี่อิ่งอ้อยคะ...พี่โชคดีจังนะคะ....พี่เป็นคนมีบุญมากนะคะ...พี่มีทุกอย่างพร้อม

แต่หนูก็อยากมีลูกเหมือนกันค่ะ...หมอบอกว่าหนูมีลูกยากมาก ...หนูต้องทำไงคะ..

หนูอยากไปหาหมอศิริราชบ้างจัง..แต่หนูไม่มีเงิน...หนูขอยืมเงินพี่อิ่งอ้อยได้ไหมคะ สัก 2000บาท

แล้วถ้าหนูมีตัวเล็กได้สำเร็จ หนูจะตอบแทนพระคุณพี่อย่างมากเลยแหละค่ะ

ช่วยหนูทีนะคะ...ไม่มีที่พึ่งแล้ว0896645451นี่เบอร์หนูนะคะ...ขอบคุณมากค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชลธิชา (mm-2553-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-17 20:19:43


ความคิดเห็นที่ 13 (97540)

ต้อนนี้ก้อว่าจะไปหาหมอเรืองศิลป์อยู่เหมือนกันค่ะ     แฟนเชื่ออ่อนต้องทําอิ๊กซี   ค่าใช้จ่ายแพงไหมค่ะ   ใครรู้ ช่ายตอบด้วยค่ะ    เพราะว่าจะไปเดือนหน้าค่ะ     ฟี่ๆคนไหนทราบรบกวน    ตอบด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น กนนกวรรณ (kung-dot-kung88-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-20 21:14:14


ความคิดเห็นที่ 14 (98319)

ก็เป็นอีกคนหนึ่งค่ะที่อยากมีลูกมาก..ปรึกษาหมอแล้ว..ได้ยามาทาน 3 ครังแล้ว..ได้แต่รอลุ้นว่าจะติดใหมเดื่อนนี้..

ผู้แสดงความคิดเห็น จอย วันที่ตอบ 2010-10-05 16:10:05


ความคิดเห็นที่ 15 (105191)

ดีใจกับคุณอิ่งอ้อยด้วยนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เกด วันที่ตอบ 2011-11-23 10:59:14


ความคิดเห็นที่ 16 (109931)

ขอแสดงความยินดีด้วยความจริงใจ ค่ะ  เรื่องนี้คงเป็นอุทาหรณ์สอนใจคุณแม่หลาย ๆ คนได้นะคะ  ดิฉันก็เป็นหนึ่ง  ที่อยากจะมีลูกกับเขา   ก็ท้อเหมือนกันค่ะ   แต่ก็คงต้องพยายามต่อไป  

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Wantana_nok@hotmail.com วันที่ตอบ 2013-02-07 17:04:05


ความคิดเห็นที่ 17 (110163)

 

    ขอแสดงความยินด้วยจ้า....  บางทีก็ท้อนะค่ะ เครียดมากเลยในการที่เราต้องการอยากจะมีบุตรแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

มีแต่คนถามเมื่อไหร่จะมีลูก ตอนนี้กำลังคิดว่าจะไปทำ  IVF แล้วหล่ะค่ะ

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นางน้อย วันที่ตอบ 2013-04-12 10:13:04



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.

Home / แบบประเมินภาวะการมีบุตรยาก / รายชื่อคลีนิครักษาภาวะมีบุตรยาก  / คำนวณโอกาสในการตั้งครรภ์ / ตะกร้าสินค้า  / ติดต่อเรา / webboard

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-320-4799,02-721-3006, 081-446-8897


View My Stats